MENU
เรื่องย่อละคร
เรื่องย่อละคร

The single mom คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง

Jul 19, 2017 / ดู 235 ครั้ง

บทประพันธ์ / บทโทรทัศน์ : ต้นรัก
กำกับการแสดง : ชาย - ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ผู้จัด : เอิน - นิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ผลิตโดย มาสเตอร์วัน วีดีโอ โปรดักชั่น
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 - 23.00 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์เวลา 20.15 - 22.45 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 33
 
เมื่อศรัทธาแห่งรักสูญเสียไปแล้วครั้งหนึ่ง มันก็ยากที่จะกอบกู้ให้กลับมาดั่งเดิม
แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
หัวใจที่จมปลักอยู่กับความเจ็บปวดในอดีต คือการลงโทษตัวเอง...ที่ไม่ยุติธรรม
สิ่งที่ควรทำคือเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ใช่สร้างกำแพงกักขังตัวเองจากโอกาสครั้งใหม่
โอกาสที่ให้เราได้แก้ไข และสร้างชีวิตใหม่ที่มีความสุข ทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง
นี่ต่างหากคือความยุติธรรมที่ควรทำให้กับตัวเอง!!!!
 
เรื่องราวการเอาตัวให้รอดของ “มุลิลา” แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกหนึ่งที่ขังตัวเองไว้กับอดีตอันเจ็บปวดและความกลัวต่อความรักและการใช้ชีวิตครอบครัว แต่เมื่อความรักที่แสนจะบริสุทธิ์ใจเข้ามาเคาะประตูหัวใจอีกครั้ง แถมยังมีมาให้เลือกตั้งสองคน แล้วไหนจะอดีตสามีเก่าที่กลับตัวกลับใจและกลับมาขอโอกาสอีกครั้ง....
เธอจะกล้าเปิดใจให้โอกาสตัวเองอีกครั้งหรือไม่ ไม่มีใครให้คำตอบได้...นอกจากตัวเธอเอง
 
มุลิลา หรือ มู่ลี่ ต้องฉลองปีใหม่ในวัย 30 ปี พร้อมกับคำว่า “ซวย” โดยไม่ทันตั้งตัว มุลิลาเพิ่งทะเลาะ กับเจ้านายขั้นรุนแรง และประกาศลาออกจากการเป็นฝ่ายการตลาดของบริษัทเอเจนซี่ชั้นนำ ซ้ำร้ายเมื่อมาถึงบ้านกลับพบภาพ พงศ์พิสุทธิ์ สามีจอมเจ้าชู้กำลังแสดงบทอัศจรรย์กับหญิงแปลกหน้า บนเตียงนอนในห้องนอนของเธอ!!!!
ครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และหลายๆ ครั้งที่ผ่านมามุลิลายังทนได้ แต่ครั้งที่เจ็ดครั้งนี้!!!! เธอจะไม่ทน มันรุนแรง ทั้งเจ็บใจและอับอายที่ศักดิ์ศรีของเมียผู้ภักดีถูกเหยียบย่ำ เตียงนอนแห่งรักต้นกำเนิด น้องปลื้ม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ใช่เตียงสาธารณะที่ไว้ให้ใครมาปลดปล่อยความร่าน!!!
มุลิลาปราดเข้าไปอาละวาด ภาพแห่งความขมขื่นไหลบ่าเข้ามาในความทรงจำของมุลิลา ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการครองคู่ชีวิต ศักดิ์ศรีของการเป็นภริยาด้วยใจรักภักดีถูกเหยียบย่ำอย่างแสนสาหัส  พงศ์พิสุทธิ์ประพฤติตัวเป็นสามี....จอมเจ้าชู้ เที่ยวหัวราน้ำ กลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง ไม่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว อุ้มลูกแทบจะนับครั้งได้ ไม่เคยถามไถ่เรื่องเงิน เอาตัวรอดตามลำพัง ชนิดหาเองใช้เอง พอไม่มีเงินก็ไปแบมือขอ บริสุทธิ์ ผู้เป็นแม่เจ้าของธุรกิจจิลเวอรี่ ที่ไม่เคยสั่งสอนลูกชายให้รู้จักคำว่า “หัวหน้าครอบครัวที่ดี” อะไรที่เป็นความสุขของลูกชายนางไม่เคยขัด แม้แต่การที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างมุลิลา บริสุทธิ์ก็ไม่ขัด เพราะรู้ดีว่าลูกชายแค่หลง ไม่ใช่รักจริง  บริสุทธิ์รู้จักนิสัยลูกชายดีกว่าใคร พงศ์พิสุทธิ์ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง...และอีกไม่นานก็ต้องเลิกรา!!
แต่ที่สำคัญ....เพราะมุลิลาท้องก่อนแต่ง!!!! 
ขืนไม่ให้แต่งมีหวัง บุปผา แม่ของมุลิลาต้องตามอาละวาดและประจานไม่เลิกแน่นอน!!!  
 
เธอยอมให้ลูกชายให้แต่งได้โดยไม่กลัวว่าหญิงคนไหนจะมาสูบเงิน เพราะยังไม่มีสมบัติชิ้นไหนเป็นของพงศ์พิสุทธิ์ แม้แต่ชิ้นเดียว!!! บริสุทธิ์จึงทำตัวเป็นแม่สามีในตำนานตั้งแต่วันแรกที่มุลิลาเหยียบเข้าบ้าน แต่เพราะคำว่า “รัก” ที่มีต่อพงศ์พิสุทธิ์ และเพื่อลูกในท้อง....ทำให้เธออดทน ต้องบอกว่าอดทนชนิดฝืนตัวตนสุดติ่ง!!!!  
แต่แล้วพงศ์พิสุทธิ์ก็กลายร่างเป็นฝันร้ายให้มุลิลาในที่สุด!!!! 
 
แต่จะไปโทษใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่เพราะตัวเธอเองแท้ๆ ที่อ่านกมลสันดานผู้ชายไม่ออกเองตั้งแต่แรก ทั้งๆ ที่  ต้องตา เพื่อนสนิทของมุลิลาพยายามจะเตือนแล้วเตือนอีกแต่ความรักและความหลง บวกกับความอ่อนด้อยประสบการณ์ มุลิลาจึงถลำลงหลุมไปอย่างถอนตัวไปขึ้น พงศ์พิสุทธิ์คือรักแรกในชีวิต แน่นอน! มันย่อมมีมนต์ขลังและศักดิ์สิทธิ์กว่าคำเตือนของเพื่อนสนิทผู้แสนดี!!! 
มุลิลาอุตส่าห์อดทนประคับประคองชีวิตคู่ ไม่เล่าให้ใครฟังสักแอะ แม้กระทั่งบุปผาแม่ของเธอเอง ผู้ที่หลงใหลได้ปลื้มกับลูกเขยที่มีแต่เปลือกโดยไม่รู้ธาตุแท้ เมื่อมุลิลาเป็นคนเลือกสามีคนนี้เองก็ต้องรับผิดชอบ การตัดสินใจ  บวกกับความรักลูก อยากให้ลูกมีครบทั้งพ่อทั้งแม่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และนี่คือเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้มุลิลา พยายามรักษาชีวิตครอบครัวเอาไว้
 
แต่คืนนั้น! คืนที่เธอพบว่าเตียงนอนอันแสนศักดิ์สิทธิ์ที่เธอหวงนักหวงหนา  ถูกแบ่งปันโดยหญิงที่ไม่พึง ประสงค์ ความอดทนที่เก็บมานานถูกระเบิดใส่หญิงชั่วชายโฉด มุลิลาอาละวาดจนบ้านพัง เฟอร์นิเจอร์ยับเยิน ไม่มีชิ้นดี ชีวิตการแต่งงาน 6 ปีสิ้นสุดลง!!! 
 
มุลิลาประกาศหย่า และพาน้องปลื้มลูกชายหนึ่งเดียววัย 6 ขวบออกจากบ้าน โดยไม่เรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือสมบัติใดๆ ทั้งสิ้น!! ขอเพียงนับแต่นี้อย่าได้เจอหน้ากันอีก แม้ตายก็ไม่เผาผี มีเพียง “บุญช่วย” รถยนต์ป้ายแดงคันเล็กที่เพิ่งถอยออกมาสดๆ ร้อนๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง และนี่คือวการฉลองวันปีใหม่ด้วยการออกจากงานและเลิกกับสามีในวันเดียวกัน!! พร้อมกับตำแหน่งใหม่ในชีวิต 
“แม่เลี้ยงเดี่ยว”
3 ชีวิต...มุลิลา น้องปลื้มและบุญช่วย พากันมุ่งหน้าไปบนเส้นทางชีวิตเส้นใหม่ที่ไม่รู้จุดหมาย รู้เพียงว่า...เธอต้องนำพาชีวิตทั้ง 3 ให้รอด!!! และต้องไม่ให้บุปผารู้เรื่องนี้เด็ดขาด จนกว่าเธอจะจัดการชีวิตนี้ ให้ลงตัวเสียก่อนในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะไม่อย่างนั้นบุปผาก็จะเป็นเหมือนระเบิดไดนาไมต์ที่มีอานุภาพทำ
ลายล้างสูง แล้วชีวิตของเธอและลูกก็จะยิ่งจัดการได้ยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอน 
มุลิลาตัดสินใจเช่าคอนโดของอดีตเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนน้องปลื้ม และเดินหน้าหางานทำใหม่ 
โดยมีต้องตา เพื่อนสนิทคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ  ต้องตากำลังคบอยู่กับ พี่ยักษ์ สถาปนิกรุ่นพี่มหาวิทยาลัย ที่คบกันมานานแต่ยังไม่ ตกลงใจจะแต่งงาน เพราะทั้งคู่ต่างตกลงกันว่าจะขอดูใจให้ชัวร์กันก่อนมากที่สุดว่าจะอยู่ด้วยกันได้จริงๆ หรือไม่ เนื่องจากทั้งสองไม่อยากแต่งแล้วต้องหย่าจากกันเหมือนหลายๆ คู่ รวมถึงคู่ของมุลิลาด้วย!!!!               
 
ต้องตาช่วยประคับประคองหัวใจมุลิลาที่พยายามจะเข้มแข็งและเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้ไม่ให้น้อง
ปลื้มเห็น น้ำตาของเธอแห้งเหือดหายไม่ไหลออกมาจากตาหลายปีแล้ว เพราะความชินชา จากความเหนื่อยล้า ของชีวิตคู่อันบัดซบที่ถาโถมเข้ามา แต่มุลิลาก็ยังแสร้งร่าเริงลั้ลลาทำตัวเป็นปกติทุกครั้งที่อยู่กับลูก เธอพยายามมีวุฒิภาวะอย่างที่สุด เพื่อทำให้น้องปลื้มเข้าใจและยอมรับว่า ต่อไปนี้พวกเขาจะอยู่กันสองคนโดยไม่มีพ่ออยู่ด้วยอีกต่อไป มุลิลาเบาใจที่เห็นน้องปลื้มยังมีท่าทีปกติ แถมยังกอดและปลอบใจแม่อีกด้วย โถ...ช่างเป็นอภิชาตบุตร มาเกิดจริงๆ!!!! 
 
มุลิลาปักธงให้คำมั่นกับตัวเองว่าต่อไปนี้จะทุ่มเทความรักและอุทิศทั้งหมดของชีวิตให้กับลูกชาย น้องปลื้มจะต้องเติบโตเป็นผู้ชายที่รับผิดชอบ ให้เกียรติผู้หญิง ไม่เจ้าชู้ สรุปคือเป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับพ่อ ของตัวเอง โชคยังดีที่มุลิลายังมีสติอยู่บ้าง ไม่ด่าพ่อให้ลูกฟัง เพราะไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มกับ  พงศ์พิสุทธิ์อีก
แต่ใช่ว่าเวรกรรมระหว่างมุลิลากับพงศ์พิสุทธิ์จะหมดแต่เพียงเท่านั้น!!!!
พงศ์พิสุทธิ์เข้ามาขู่ว่าจะเอาลูกกลับมาดูแลหากเธอไม่สามารถหางานและเลี้ยงดูลูกให้สมบูรณ์
มั่นคงได้ภายในเวลา 3 เดือน  
ตามคำสั่งของบริสุทธิ์ อดีตแม่สามีที่ไม่อยากได้ลูกสะใภ้แต่อยากได้หลาน
มุลิลาจะยอมแพ้…แล้วปล่อยลูกให้สามีเก่าดูแล หรือจะฮึดสู้ ประกาศศักดาแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวบนสมรภูมิชีวิตกลางกรุง...ปฏิบัติการนี้มีลูกเป็นเดิมพัน!
 
มุลิลาจัดระเบียบชีวิตใหม่ วางแผนการใช้เงินชนิดที่เข็มขัดรัดจนกิ่ว หยุดการช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือย ซื้อเฉพาะของใช้ที่จำเป็นต่อชีวิต ทำงานบ้านทุกอย่างด้วยตัวเอง บอกเลิกรถโรงเรียนและรับส่งลูกไปโรงเรียน ด้วยตัวเอง ดูแลชีวิตประจำวันของลูกและกล่อมลูกเข้านอน ที่น่าจะเป็นภารกิจ สุดท้ายแต่ก็ยังไม่ท้ายสุด ซะทีเดียว เพราะเธอต้องคิดหางานทำให้ได้โดยเร็วก่อนที่เงินเก็บอันน้อยนิดจะหมดไป และก่อนที่จะถึงกำหนดจ่ายค่าผ่อนรถ ค่าเช่าคอนโด รวมถึงค่าเทอมของลูก!!!!
 
มุลลิาต้องหางานที่มั่นคงให้ได้ก่อนครบกำหนด 3 เดือนตามคำขู่ของสามีเก่าและอดีตแม่ผัว!
 
แต่ทุกบริษัทที่มุลิลาไปสมัครงานตอบปฏิเสธเธอทุกแห่งด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งยังไม่มีตำแหน่งว่าง เงินเดือนที่เธอเรียกก็สูงเกินไป และที่สำคัญเธอไม่สามารถรับเงื่อนไขเวลาการทำงานที่ไม่แน่นอนได้ เพราะเธอต้องรับส่งลูกไปโรงเรียนและดูแลลูกด้วยตัวเอง
โดยไม่ย่อท้อ มุลิลายังคงไปสมัครงานตามที่ต่างๆ.......แต่เหมือนผีบังตา!!!!! ไม่มีบริษัทไหนเรียกเธอสัมภาษณ์งานเลยแม้แต่ที่เดียว ขณะที่เธอนั่งกลุ้มใจ เสียงสวรรค์ของ DJ พี่แสด จากคลื่นวิทยุรายการ Single Lady’s Club ที่เธอฟังประจำทุกคืนก็ดังขึ้นว่า “สำหรับสาวโสดที่กำลังท้อใจ ไม่ว่าจะโสดเพราะอะไร แต่ขอให้จำไว้ ถึงจะโสดแต่ชีวิตก็แซ่บได้  ถ้าคุยกับดีเจพี่แสดดดดด!!!” 
โชคดีที่มีเพื่อน!!! ต้องตาส่งข่าวการกลับไปติดต่อกับ แสงดาว เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกคนในก๊วน ที่ขาดการติดต่อไปนานหลังเรียนจบให้กับมุลิลา มุลิลามีความหวัง แสงดาวคนนี้แหละจะช่วยเธอได้ เพราะทั้งมุลิลา ต้องตาและแสงดาวเคยสัญญากันไว้ว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน แต่หลังจากเรียนจบ แสงดาวก็ได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ทั้งคู่จึงขาดการติดต่อกันไปโดยปริยาย  
 
มุลิลาโทรศัพท์หาแสงดาว เสียงผู้รับสายปลายทางดังแว่วมาด้วยสำเนียงบริติช อิงลิช “Hullo” มุลิลาเอ่ยถามชื่อ “แสงดาวใช่ไหมค่ะ” มุลิลาดีใจที่ปลายทางคือแสงดาว แต่ประหลาดใจเล็กน้อยที่ชื่อ “แสงดาว” กลายเป็น “Dolly” ผู้บริหาร WOW SHOPPING TV. ทางช่อง Cable TV เล็กๆ แห่งหนึ่ง
 
มุลิลาตัดสินใจ ขอความช่วยเหลือจากดาว เอ้ย...ดอลลี่ตรงๆ ซึ่งก็ให้บังเอิญที่ดอลลี่เองก็กำลังต้องการผู้ที่มีความสามารถอันถึงขั้นเก่งฉกาจแต่เงินเดือนไม่สูงมาก มาช่วยเธอในการกอบกู้สถานการณ์อันย่ำแย่ของสถานี ที่เพิ่งถูกเทคโอเวอร์โดย M-ONE บริษัทอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่  มุลิลาต้องทำงานควบหลายตำแหน่ง ตามคอนเซ็ปต์มัลติฟังก์ชั่น  นั่นคือ
หนึ่ง!!!...หัวหน้าทีม Merchandise Marketing ที่ต้องสรรหาผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างยอด ขายให้กับสถานีได้อย่างสูงปรี๊ด!!!!! 
สอง!!!...วางแผนกลยุทธ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าทำทุกวิถีทางให้สถานีฯ เป็นที่นิยมและมีผู้ชมมากขึ้น ถล่มทลาย!!! สร้างกระแสในหมู่ผู้ชม กระตุ้นยอดซื้อผ่านทีวี ดึงดูดเจ้าของสินค้าให้มาลงขายกับสถานี    
    สาม!!!...สามารถเป็นพิธีกรขายของได้ หากสถานีต้องการ
สี่!!!....สุดท้ายต้องหยุดการขาดทุนและสร้างผลกำไร 
 
เธอมีเวลาแค่ 3 เดือนหรือ 1 ไตรมาส  ไม่งั้น...ตกงานทั้งสถานี!!!! 
มุลิลาได้ฟังสถานการณ์ของเพื่อนสาวแล้วก็ให้สะท้านไปถึงทรวง  
แต่...ดอลลี่ยื่นข้อเสนอต่อไปเพื่อโน้มน้าวมุลิลาว่า หากเธอทำสำเร็จเธอจะได้รับการบรรจุ และเงินเดือนจะเพิ่มอีก 2 เท่า รวมถึงค่าคอมมิชชั่นอีก 2% จากยอดขายรายเดือน แต่หากไม่สำเร็จ เธอก็ต้องตกงานเช่นเดิม!!!! 
ในที่สุดมุลิลาก็กัดฟันตอบตกลง ถึงแม้มันจะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง ที่เคยเหยียดหยามรายการช็อปปิ้งตามเคเบิลทีวี แต่นี่คือโอกาส และความหวัง แม้มันจะเล็กน้อยก็ต้องคว้ามันเอาไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยเธอก็จะมีงานทำ และมีเงินเดือน มาดูแลชีวิตและลูกไม่ให้ลำบาก 
 
...มุลิลาเดินเหม่อลอยออกจากออฟฟิศ Wow Shopping TV ครุ่นคิดอย่างหนัก
 
อยากจะไปแก้ชงเพราะโชคชะตาเล่นตลกกับเธอมากเกินไป แล้วทะเลาะกับตนเอง จนเหม่อลอย  
โครม!!!! 
มุลิลาไปขวางทางจักรยานตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ถูกจักรยานของ อัศวิน หนุ่มตี๋เกาหลี หน้าตาสะอาดสะอ้าน แต่นิสัยโคตรเซอร์ เสยไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ซ้ำร้ายตัวของเจ้าหนุ่มยังทับซ้ำลงไปอีกที โดยมีล้อจักรยานคั่นกลางระหว่างเขาและเธอ
ผู้ชายหล่ออีกแล้ว!!!! ยิ่งเกลียดยิ่งเจอซิพับผ่า!!  
มุลิลาปรี๊ดแตก เขื่อนอารมณ์พังทะลาย ความซวยของไอ้ตี๋เกาหลีล่ะ อัศวินกลายเป็นกระโถนระบายความโกรธเกรี้ยว  ความเครียด ความกดดันทั้งหมด อัศวินยืนอึ้ง รอให้พายุสงบ หรือเหนื่อยนั่นแหละ แล้วถามกลับเมื่อมุลิลาสงบสติอารมณ์ลงไปว่า “ป้า...ถูกผัวทิ้งมาเหรอ”
ไอ้ตี๋ชะตาขาด!!!!!
 
หลังจากมุลิลาจัดการกับไอ้ตี๋ปากเสียเรียบร้อย ก็กลับไปขึ้นรถของตัวเอง แต่เครียดจนไปอ๊วกใส่รถของ  ชิษณุ สุภาพบุรุษหนุ่มใหญ่หน้าตาหล่อเหลา มาดนุ่ม ภูมิฐาน เท่สุดใจขาดดิ้น  ผู้บริหารสูงสุดของ M-ONE ที่มุลิลาไม่เคยเห็นหน้าค่าตา 
ชิษณุตั้งใจจะโวย แต่กลับเถียงมุลิลาที่กำลังประสาทเสียไม่ทัน....ผลคือถูกด่าเป็นชุด แล้วมุลิลาก็ขับบุญช่วยกลับไป ทิ้งให้ชิษณุยืนอึ้ง!!!!
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของชิษณุคือ ความประทับใจในตัวเธอ...เธอเป็นหญิงสาวที่จัดว่าสวยเฉียบ แต่ดันไม่ใส่ใจความสวยของตนเองมากไปกว่าความกล้าบ้าบิ่น นั่นละคือเสน่ห์ที่ทำให้ชิษณุ อยากจะค้นหาให้มากยิ่งขึ้น แต่...เธอจากไปเสียแล้ว!!!!
ส่วนมุลิลา ลืมชิษณุไปทันทีที่หันหลังจากมาจำได้แค่เพียงว่า...ฉันเกลียดผู้ชายหน้าตาดีทุกคนบนโลกใบนี้  
 
อัศวิน หรือ วิน หัวหน้าฝ่ายผลิต (Production Department) และครีเอทีฟฝีมือขั้นเทพแห่ง Wow Shopping TV เข้าออฟฟิศมาด้วยสภาพยับเยิน จน ลูกพีช กะเทยฝ่ายประสานงานที่กล้าหาญให้ฉายาตัวเองว่า “กะเทยนางฟ้า” ตกใจจนจะรีบพาเขาไปให้หมอฉีดยากันพิษสุนัขบ้า เพราะท่าทางแบบนี้ไม่พ้นฟัดกับหมามาชัวร์ อัศวินรีบห้าม  เพราะที่ฟัดด้วยคือมนุษย์ป้าบ้าความรุนแรง ถูกผัวทิ้ง ที่ชิ่งหนีไป ก่อนที่อัศวินจะได้สติ ไม่ใช่หมาโว้ย!!
ลูกพีชเป่ากระหม่อมอัศวินด้วยความเมตตาและรักใคร่ ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองและควรไปทำบุญ โลงศพ ทำบุญแก้ปีชง สร้างศาลาวัดและอีกนับไม่ถ้วนตามความเชื่อความศรัทธาของตัวเอง จนทำให้ อั๋น ช่างหน้าช่างผมสาวประเภทสอง “กะเทยนรก” แขวะด้วยความหมั่นไส้เป็นการส่วนตัวตามประสาคนที่ไม่ถูกชะตา กัน จนอัศวินต้องพยายามห้ามมวยอันเป็นหน้าที่ประจำอีกอย่างที่ทำในออฟฟิศนี้ สุดท้ายลูกพีชก็สะบัดใบมีด โกนใส่จนอั๋นหงายเงิบกลับไปเหมือนทุกครั้งที่ได้ปะฉะดะกัน อั๋นจึงได้แต่รอวันจะเอาคืนนัง “กะเทยนางฟ้า” ให้เจ็บแสบอย่างสาสม  
 
มุลิลาเริ่มต้นงานวันแรกที่ Wow Shopping TV โดยมีแสงดาวแนะนำทีมงานมืออาชีพให้กับมุลิลา และหนึ่งในนั้นก็คือ อัศวิน!!! อัศวินแทบจะกระโดดตึกหนีที่รู้ว่า ป้าสามีทิ้ง คนเมื่อวันก่อนคือ ผู้ร่วมงานคน สำคัญคนใหม่!!! มุลิลาเองก็ถึงกับตะลึง แต่ยังไม่ทิ้งลาย...ประกาศกร้าว ว่าจะไม่ยอมทำงานด้วยถ้าต้องมี “ไอ้ตี๋ปากหมา” คนนี้อยู่ในทีม!!!!
ตายละ!!! สงครามปะทุอีกรอบ แสงดาวและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ถึงกับต้องเข้าแทรกกลาง ให้ทั้งคู่แยกแล้วพาไปสงบสติอารมณ์กันคนละห้อง
แต่แล้วศึกก็สงบลงและผ่านไปได้ด้วยดี...เพราะ...ความมีวุฒิภาวะของอัศวินที่มีมากกว่ามุลิลาที่อายุมากกว่าซะอีก....เพราะอัศวินเข้าใจ เห็นใจ ในความกดดันของการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกหนึ่งที่ต้องเอาตัวให้รอด!!! 
อัศวินกลายเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของมุลิลา ภายใต้ความไม่พอใจของ พราวฟ้า เลขาฯ ของแสงดาว สาวเปรี้ยว เด็ก GEN Y ผู้มีตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล  พราวฟ้าหลงรักอัศวิน ชนิดเปิดเผยให้ทั้งโลกรับรู้ แต่อัศวินกลับไม่เล่นด้วย เขาคิดกับพราวฟ้าเพียงแค่น้องร่วมงานเท่านั้น 
รัชนก เป็นหัวหน้าทีม Merchandise Marketing เจ้าถิ่นที่เคยครองความยิ่งใหญ่ฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้ถูกเบียดแทบตกขอบ รัชนกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะความอิจฉาริษยา
เธอต้องการเป็นที่ 1 และเอาชนะมุลิลาให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามรวมถึงถ้าสามารถกำจัดมุลิลาออกไปได้
ด้วยการสกัดกั้นไม่ให้มุลิลาเดินไปถึงเป้าหมายได้ยิ่งดี รัชนกจึงเรียก สายฝน  ลูกน้องของเธอมาสั่งสอน และวางแผน รวมถึงเคี่ยวเข็ญ กดดันให้สายฝนสร้างผลงานให้มากขึ้น แถมยังดุด่าเพื่อระบายอารมณ์อีกด้วย  แต่สายฝนก็อดทน โดยมี คิกขุ ลูกน้องของมุลิลาคอยเป็นผู้รับฟัง....แม้หัวหน้าจะเป็นศัตรูกัน แต่ลูกน้องกลับแอบมาปรองดอง  
มุลิลาค้นพบว่าการทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยทำให้เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด...อัศวินรู้สึกเห็นใจแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พยายามเอาตัวรอดในเมืองใหญ่อยู่ลึกๆ
โชคยังดีที่แสงดาวเข้าใจความจำเป็นของมุลิลา แถมยังเจียดเวลาช่วยเลี้ยงบ้าง ถึงแม้ตัวเองจะเกลียด เด็ก  และถ้าการเอาลูกมาเลี้ยงที่ออฟฟิศจะช่วยทำให้งานของมุลิลามีประสิทธิภาพขึ้น แสงดาวก็ยินดี แต่กลับไม่เป็นที่พอใจของ พราวฟ้า และอั๋น เพราะยิ่งเจ้านายอยู่ออฟฟิศมากเท่าไหร่ อั๋นก็แวบไปรับจ็อบ ข้างนอกยากเท่านั้น
รัชนกเห็นมุลิลาไฟแรง  ยิ่งหวั่นใจ  จึงหาทางบ่อนทำลายความรู้สึกของมุลิลาให้เสียกำลังใจ  อะไรไม่เด็ดเท่ากับการโจมตีจุดอ่อนที่สุดของมุลิลา นั่นคือ หัวใจที่ยังไม่หายดี….หม้ายผัวทิ้งหมาดๆ ยังมีแผลสด!!!
คำนินทาเรื่องม่ายผัวทิ้งนี้สะกิดใจมุลิลาขึ้นทุกครั้งในขณะที่เธอพยายามจะลืม ทั้งๆที่ความจริงเธอ เป็นฝ่ายทิ้งสามีเฮงซวยจอมเจ้าชู้เอง แต่เธอก็อดโทษความผิดพลาดของตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกผิดและเจ็บปวดนี้ ทำให้เธอกลับมาจมปลักกับอดีตอีกครั้ง การฟังรายการ SINGLE LADY CLUB ของดีเจพี่แสดในช่วงค่ำช่วยทำให้มุลิลาผ่อนคลายลงไปได้มาก 
 
แล้วมุลิลาก็ได้รู้ว่า….ชิษณุ เป็นเพื่อนของพี่ยักษ์!!!! มุลิลาโกรธมาก ไม่แคร์ด้วยว่าจะเป็นเจ้าของ WOW SHOPPING TV ต้องตาไม่อยากให้เพื่อนปิดโอกาสตัวเองหากได้เจอกับผู้ชายที่ดีอีกครั้ง และยิ่งชิษณุเป็นเพื่อนสนิทของพี่ยักษ์ เธอจึงรู้จักนิสัยของชิษณุดีพอสมควร ว่าชิษณุเป็นหนุ่มโสดในฝันของสาวทั่วประเทศ  เธออยากให้มุลิลา หันไปมามองและเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับชิษณุมากขึ้น ต้องตาจึงวางแผนกับพี่ยักษ์ ให้มุลิลาและชิษณุ ได้มีโอกาสเจอกันในที่ๆ ไม่ใช่ออฟฟิศ นั่นคือการนัดทั้งคู่ดินเนอร์ที่บ้านของต้องตาโดยที่ไม่บอกให้ทั้งคู่รู้ว่าจะ มาเจอกัน  
 
ชิษณุยินดีที่สุดที่โอกาสของการพัฒนามิตรภาพกับมุลิลานั้นง่ายขึ้น  ในขณะที่มุลิลามีแต่ความกลัว
 
หลังจากได้สังเกตความเป็นธรรมชาติของมุลิลานอกเวลาทำงานเมื่ออยู่กับลูกและเพื่อนสนิทอย่างต้องตา ชิษณุรู้สึกได้ว่ามุลิลาคือผู้หญิงคนนั้นที่เขาเฝ้ารอให้เข้ามาเติมเต็มชีวิตโดยไม่คิดรังเกียจว่าจะเป็นแม่ม่ายเรือพ่วง!
มุลิลาไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา เธอเข้าใจความต้องการลึกๆ ในการเข้ามาของชิษณุได้ แม้ชิษณุจะไม่ได้บุ่มบ่ามหรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนหรือไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ นั่นยิ่งทำให้มุลิลาหวั่นใจ เธอพยายามเตือนตัวเองเสมอว่าชีวิตและความรักทั้งหมดที่เหลืออยู่ ณ เวลานี้ก็เพื่อ ลูก คำเดียวที่จะฉุดดึงหัวใจให้พ้นจากหลุมพรางของความทุกข์และผิดหวังแห่งอดีตที่จะเกิดซ้ำขึ้นอีกครั้ง 
 
แล้วยังไง เธอจะเครียดกับเรื่องหัวใจไม่ได้! มุลิลาหันไปพึ่ง Single Lady Club เป็นเพื่อนคลายทุกข์ จนกลายเป็นเพื่อนสนิทที่เธอขาดไม่ได้ทุกคืนก่อนนอน บางครั้งเธอก็จะโทรไปปรับทุกข์ รวมถึงจดจำคำ แนะนำต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตให้อยู่รอดจากทุกกระแสของชีวิตจากดีเจพี่แสดโดยเฉพาะสาวโสดลูกติด และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เธอมีกำลังใจสู้ชีวิตต่อในวันรุ่งขึ้น นอกเหนือจากแก้มนุ่มๆ อุ่นๆ ของลูกน้อย
 
ผ่านมา 1 เดือนกับชีวิต Single Mom!!!!!
 
ทุกอย่างกำลังเริ่มจะเข้าสู่วิถีของมัน แต่แล้วสามีเก่า “พงศ์พิสุทธิ์” ก็ไปดักพบเธอที่หน้าโรงเรียนของลูก ในบ่ายวันหนึ่งเพื่อมาขอคืนดี และอีกสาเหตุหนึ่งที่เขามาก็เพราะคำสั่งของบริสุทธิ์ผู้เป็นแม่ที่ต้องการให้เขาใช้ ความเป็นผัวและพ่อนำลูกกลับไปให้เธอเลี้ยง ถึงอย่างไรเขาก็ยังรักและคิดถึงลูก ต่อให้ที่ผ่านมาเขาแทบจะ ไม่ได้ช่วยเลี้ยงลูกเลยก็ตาม สายสัมพันธ์มันก็ยังเหลืออยู่ แต่ความแค้นของมุลิลายังมีอยู่เต็มอก เธอจึงระเบิดอารมณ์ไล่เขาไปอย่างหมูอย่างหมา ทำให้พงศ์พิสุทธิ์โกรธ เขาขู่และฟื้นความจำให้เธอว่า เขาจะนำลูกไปอยู่ด้วยหากชีวิตเธอยังไม่มั่นคงในระยะเวลาอีก 2 เดือนที่เหลือ และยังสำทับอีกว่าบริสุทธิ์ จะใช้อำนาจ และเส้นสายที่มีอยู่ทั้งหมดนำหลานกลับไปอยู่ด้วยให้ได้ ถ้ามุลิลายังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้ 
เท่านั้นล่ะทั้งคู่ถึงกับเกิดมีปากเสียงกันขึ้นในพอดีจังหวะที่ครูนกน้อยนำน้องปลื้มออกมาส่งให้กับแม่ มุลิลาได้สติจึงรีบพาลูกขึ้นรถไปให้พ้นจากสถานการณ์แย่ๆ นี้ !!!!
และเธอต้องรีบอธิบายและตอบคำถามของลูกไปตลอดทางเพื่อให้เขาสบายใจและไม่เข้าใจคุณพ่อของ
เขาผิดไป...มุลิลาสับสน....มองหน้าลูก ที่เอาแต่ถามถึงแต่พ่อจนหลับไป...เหมือนใจจะขาด!!!!
ดอลลี่ได้แนะนำให้มุลิลารู้จักกับ “ชิษณุ” เจ้าของตัวจริงของสถานีฯ ที่เข้ามารับฟังแผนฟื้นฟูสถานีฯ มุลิลาพยายามเก็บความรู้สึกไว้เพราะไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอได้พบและรู้จักกับชิษณุแล้ว เพราะเธอรู้ดีว่าหากทุกคนได้รู้ความจริง การทำงานของเธอจะมีอุปสรรคมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญชิษณุมีคู่หมั้นหมายอย่างไม่เป็นทางการคือ ตรีดาว สาวไฮโซที่ใครๆ ในสังคมต่างก็รู้ดี 
ชิษณุแสร้งแนะนำตัวเองกับมุลิลาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แสงดาว รัชนก พราวฟ้า อัศวิน และทุกคนในบริษัทอึ้ง ตะลึง ตึงๆ!!!! เพราะทุกคนเห็นอาการ ปลาบปลื้มชื่นชอบในตัวมุลิลาจากแววตา และกิริยาของชิษณุอย่างชัดแจ้ง!!! 
ดอลลี่สนับสนุนมุลิลาเต็มที่และเริ่มเห็นโอกาสเพิ่มทางรอดของบริษัท ถ้ามุลิลาจะยอมสนิทสนมกับชิษณุแต่ที่สำคัญ ดอลลี่ต้องการสั่งสอนตรีดาว….ที่มาช่วยชิษณุทำงานใน WOW ให้รู้จักกับความผิดหวัง หลังจากที่ตรีดาวเข้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่กับดอลลี่!!! และ.....Wow!!! ยิ่งคิด ดอลลี่ก็ยิ่งเห็นประตูทางรอดเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ!!!ดอลลี่จึงหาทางที่จะสร้างโอกาสให้มุลิลาได้ใกล้ชิดกับชิษณุอยู่
เสมอๆ
 
  เหตุการณ์ในครั้งนี้กลับทำให้รัชนกไม่พอใจ รัศมีในที่ทำงานของเธอยิ่งจะดับวูบลงไปทุกทีๆ ตรีดาวเห็นแววริษยาจากรัชนก จึงยื่นข้อเสนอให้รัชนกหาทางกำจัดมุลิลา โดยรัชนกจะได้เจิรญเติบโตใน WOW เป็นการตอบแทน!!! 
 
สุจินต์ ผู้ช่วยอาวุโสของชิษณุเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและรู้เท่าทัน พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนไป โดยไม่มีปัญหา แม้จะไม่พอใจความไม่มีวุฒิภาวะของตรีดาวมากแค่ไหนก็ตาม
 
ตรีดาวมัวแต่หึงมุลิลา โดยไม่รู้เลยว่า หอกข้างแคร่ตัวจริงคือ แพตตี้ เลขาแอ๊บแบ๊ว ที่คอยหาทางเสี้ยมและงาบชิษณุทุกครั้งที่มีโอกาส
 
อัศวินทำให้เขาได้เห็นความสัมพันธ์ลึกๆ ระหว่างมุลิลากับชิษณุตลอดเวลา อัศวินรู้สึกไม่พอใจทุกครั้ง แสดงความหึงหวงออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่มุลิลากลับไม่ได้ใส่ใจใดๆ เธอมองเขาเป็นเพียงไอ้ตี๋รุ่นน้องผู้ร่วมงานที่ แสนจะกวนประสาทและห่วงเธอ ไม่เข้าเรื่อง  
 
บุปผาตัดสินใจไปพบกับพงศ์พิสุทธิ์ที่บ้าน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้กลับไปคืนดีกับมุลิลา เพราะบุปผาเสียดายลูกเขยรวยๆ โดยไม่บอกให้มุลิลารู้ และได้พบกับบริสุทธิ์แม่ผัวผู้อยากได้หลานมา เลี้ยงใจจะขาด สบช่องของบริสุทธิ์ก็คราวนี้ เธอยื่นข้อเสนอด้วยเงินก้อนโตแก่บุปผาให้ทำทุกวิถีทาง ให้นำหลานมาให้เธอให้ได้ เพราะเธอรู้ว่าพงศ์พิสุทธิ์คงไม่มีปัญญาที่จะเอาลูกตัวเองคืนมาได้ บริสุทธิ์แม้จะเป็นแม่ที่เห็นแก่เงิน แต่เมื่อต้องเลือกระหว่างหลานและลูกสาว เธอกลับขอไปคิด และลองพูดกับลูกสาวดูก่อน เพราะเธอคิดว่าการหักหาญน้ำใจขโมยหลานไปจากอกแม่นั้นมันคือบาปมหันต์ แม้เงินที่ลอยอยู่ตรงหน้าจะมากโขอยู่ก็ตาม 
 
ในระหว่างนั้น อัศวินก็เริ่มสงสัยความรู้สึกของตนเองว่าชอบเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ลูกติด อย่างมุลิลาเข้าหรือไม่ ในคืนหนึ่งเขาตัดสินใจโทรเข้าไปปรึกษา DJ พี่แสดที่เขามักเผลอเปิดฟังอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่หัวใจเขาเหงา เขาจะใช้ชื่อว่า “ซาลาเปา” โทรเข้าไปหาเพื่อปิดบังตนเองเพราะ DJ พี่แสด คือสาวโสดที่อยู่ในซอยตลาดสวนพลูละแวกบ้านเดียวกับร้านติ่มซำและกาแฟโบราณของครอบครัวเขา และที่สำคัญเธอคือเพื่อนสนิทผู้รู้ทุกเรื่องของ เจ๊สม พี่สาวของเขาเอง!
 
DJ พี่แสดมักจะแวะซื้อกาแฟและซาลาเปาที่ร้านของครอบครัวอัศวิน ก่อนเดินทางไปจัดรายการที่สถานีวิทยุอยู่เสมอ และไม่พลาดที่จะปะทะคารมกับเจ้สมหรือสมฤดี พี่สาวจองคานทึนทึกรุ่นใหญ่ของอัศวินแทบทุกวัน เจ้สมชอบแขวะ DJ พี่แสดในฐานะเพื่อนสนิทวัยเยาว์ ชนิดรู้ไส้รู้พุงเป็นประจำว่าชอบแนะนำให้คนอื่นมีคู่แต่ตัวเองกลับหาคู่ไม่ได้ ในขณะที่ DJ พี่แสดก็ไม่ยอมแพ้ สวนกลับในทำนองเดียวกันว่าเจ้สมเปรียบเหมือน หมาจิ้งจอกกับองุ่นเปรี้ยว เพราะเธอรู้จักเจ้สมเป็นอย่างดี 
 
เจ้สมแอบชอบเฮียตู่ในตลาดมานานแต่เขากลับไม่สนใจเธอและไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เจ้สมเลยเหมาว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีคุณสมบัติคู่ควรกับผู้หญิงแข็งแกร่งขยันทำมาหากินอย่างเธอ ส่วน DJ พี่แสดก็มักจะมโนว่าตัวเองสวยและมีผู้ชายมาสนใจมากมายจนตัวเองไม่คิดอยากจะคบใครเป็นพิเศษ อาการมโนเช่นนี้เจ้สมรู้ดีและใช้จุดอ่อนนี้จี้จุด DJ พี่แสด แม้ว่าทั้งคู่จะโต้เถียงกันราวพายุเฮอร์ริเคน ที่รุนแรงแค่ไหนก็ตามแต่ก็ไม่เคยโกรธกันจริงจังสักทีเพราะด้วยความเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก
 
การโฟนอินของซาลาเปาสร้างความซี๊ดให้พี่แสดทีเดียวเมื่อรู้ว่าหนุ่มโสดโทรเข้ามาในรายการหญิงโสดเช่นนี้ ก็นะ...เขาแค่อยากได้ความมั่นใจว่าความรักต่างวัยเป็นเรื่องธรรมดาและโดยเฉพาะกับ Single Mom คุณแม่ลูกติดอย่าง...มุลิลา
 อัศวินตัดสินใจเดินหน้าจีบมุลิลาและจะทำทุกอย่างให้เธอรักเขาให้ได้หลังจากได้รับกำลังใจและคำแนะนำจากพี่
แสดว่า ความรักเป็นเรื่องของหัวใจไม่ใช่เหตุผลของวัยและอดีต
นอกจากคำแนะนำจากดีเจพี่แสดแล้ว อัศวินยังหาความมั่นใจและความสบายใจได้จาก เจมส์ เพื่อนสนิทมือตัดต่อจอมเซอร์ หนุ่มผู้พูดน้อยแต่รับรู้ทุกเรื่องราวของเพื่อนสนิท จะเรียกว่ารู้ทะลุไปถึงใจไอ้วินเพื่อนซี้เลยก็ว่าแถมเก็บรายละเอียดทุกอย่างรวมทั้งความลับได้ดีเยี่ยม เอ่อ...แต่อย่าให้เมาละ ในโลกนี้ก็จะไม่มีความลับอีกต่อไป แต่ความลับของตัวเองนะหรือไอ้เจมส์เก็บมิดเสียยิ่งกว่าขุมทรัพย์โจรสลัด ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องหัวใจ มันแอบชอบพราวฟ้า!!!! 
 
แค่ได้แอบมองผ่านกระจกห้องตัดต่อเวลาเธอเดินผ่านหรือยิ่งทุกครั้งพราวฟ้าจะมาหาอัศวิน ที่มักชอบมาขลุกทำงานอยู่กับเจมส์ เจมส์จะยิ่งใจเต้นหน้าแดงโดยไม่หันมองเธอ ได้แต่แอบมองภาพสาวที่สะท้อนอยู่ในจอคอมฯ และอีกเช่นเคยที่เจมส์ก็รับรู้ได้ถึงใจของพราวฟ้าที่มีต่ออัศวิน แม้อัศวินจะไม่มีใจให้เลยก็ตาม มันยิ่งทำให้เจมส์สงสารและหลงรักพราวฟ้ามากยิ่งขึ้น แต่จะทำไงได้ ไอ้เจมส์มันโคตรขี้อายเลย!!!   
 
ในขณะเดียวกันนั้นพงศ์พิศุทธิ์ยังคงไม่เลิกราวี มาดักรอพบเธอที่หน้าสถานีในเช้าวันหนึ่ง เขาพยายามร้องขอโอกาสอีกครั้ง แต่ประตูแห่งโอกาสของเขาปิดสนิทลงแล้ว มุลิลาไม่มีวันหวนกลับไปหาเขาอีก เขาพยายามจะใช้กำลังบังคับเธอพร้อมคำขู่เดิมๆ แต่อัศวินที่กำลังเข้ามาทำงานเห็นและจะวิ่งเข้ามาห้าม แต่....!!! ชิษณุที่มาจากไหนก็ไม่รู้ กลับไวยิ่งกว่า ปาดหน้าเค็กเข้าไปถึงตัวมุลิลาและช่วยเธอเอาไว้ได้ก่อน!!!!
 
พงศ์พิสุทธิ์ถูกชิษณุต่อยหน้าหงายและสั่งให้ยามมาลากออกไป โดยมีอัศวินแอบยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างเซื่องๆ อุปสรรคความรักชิ้นใหญ่ปรากฏกายขึ้นซะแล้ว!!!!
 
พงศ์พิสุทธิ์โกรธมาก ถึงขั้นขู่ที่จะทำในสิ่งที่เธอกลัวและคาดไม่ถึงก่อนจะกลับไป มุลิลาร้องไห้โฮเพราะความอดทนมาถึงจุดสิ้นสุด ชิษณุกอดปลอบใจมุลิลา มุลิลาร้องไห้ซบอกชิษณุ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้อัศวินเห็นถึงความอ่อนด้อยของตัวเอง ไม่มีอะไรเทียบกับชิษณุได้เลย!!! จึงหลบไปเลียแผลใจอยู่เงียบๆ ในห้องตัดต่อที่มีเจมส์นั่งตัดต่ออยู่เงียบๆ อัศวินตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะต้องตัดใจ!!!! อืม...เงียบจริงๆ เจมส์ได้แต่รับฟังพร้อมกับเสียงตอบรับเบาๆ...อืม!!! 
 
ชิษณุ อยู่เป็นเพื่อนปลอบใจมุลิลาและแนะนำให้เธอไปแจ้งความไว้ก่อน ที่เหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้นจริง เพราะตอนนี้พงศ์พิสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับชีวิตเธอหลังจากที่ทั้งคู่หย่าขาดกันตามกฎหมาย ซ้ำเขายังกำลังคุกคามอิสรภาพและการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขของเธออีกด้วย
 
เมื่อมุลิลาตั้งสติได้และขอบคุณชิษณุที่ช่วยปกป้อง ขอบคุณในฐานะเจ้านายและเพื่อนที่ดี ทำเอาชิษณุอึ้งไป แต่ชิษณุก็ยังไม่ยอมแพ้...สักวันมุลิลาจะต้องใจอ่อน
มุลิลากลับมาทำงานด้วยความเหนื่อยอ่อน ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาจากผู้ร่วมงานจอมเผือกทั้งหลาย  เม้าท์กันให้สนั่นออฟฟิศ ส่วนอัศวินผู้ที่บอกตัวเองว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของมุลิลาอีกก็อดใจอ่อนไม่ได้ เลือดแห่งการเป็นอัศวินที่มีหน้าที่ปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าฉีดพล่าน!!! อัศวินปล่อยหมาในปากจัดการพวกแมงเม้าทั้งหลายจนสิ้นฤทธิ์  เงียบกริบ! โดยที่มุลิลาไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่ามีคนคอยพิทักษ์อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ  
 
อัศวินรู้ใจตัวเองทันทีว่า...ไม่มีทางตัดใจไปจากมุลิลาได้ แต่คงต้องอยู่อย่างเจียมตัวเจียมใจ
 
เย็นวันนั้นอัศวินอาสาจะไปรับน้องปลื้มเป็นเพื่อนมุลิลาและชวนเธอไปร้านกาแฟของครอบครัวเขาเพื่อ
คลายเครียดด้วยการกินซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในสามโลก ที่นั่นมุลิลาได้พบกับครอบครัวของอัศวินซึ่งประกอบด้วย อาม่าจู แม่ดวงใจ และอาเจ้สม ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำร้านกาแฟโบราณตึกแถวเรียบง่ายแต่มีความสุข อาม่าของอัศวินชงกาแฟโบราณได้อร่อยสุดยอดจนติดใจกันทั้งตลาด ส่วนแม่ทำซาลาเปาได้แซ่บไปทั้งตลาดไม่แพ้กาแฟของอาม่า โดยเฉพาะซาลาเปาไส้ครีม ส่วนพี่สาวสุดแกร่งเน้นหนักการใช้แรงงานและขี้โวยวายแต่แสนใจดี มุลิลาพบว่าครอบครัวอัศวินให้การต้อนรับเธอและลูกเป็นอย่างดี พวกเขาทำให้เธอยิ้มได้อย่างไร้กังวล ไม่มีใครคาดหวังใคร เพราะสอนให้เต็มที่กับสิ่งที่ทำ เท่าไหร่เท่านั้น เพราะเราทำดีที่สุดแล้วและให้อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข เธอได้ค้นพบอีกด้านที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ของ “ไอ้ตี๋” และการใช้ชีวิตอันแสนเรียบง่ายของเขา
 
หลังจากวันนั้น อัศวินปฏิบัติต่อมุลิลาและน้องปลื้มโดยปราศจากการคาดหวังใดๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไปแล้ว อัศวินเปิดใจเข้าสู่โลกของเด็กอย่างน้องปลื้ม ทำหน้าที่แม่และพ่อให้กับน้องปลื้ม ในเวลาที่มุลิลาติดงาน กับลูกค้าจนดึก  อัศวินมักจะมีเกมใหม่ๆ ซาลาเปาไส้ครีมอุ่นๆ แสนอร่อยมาฝากทุกครั้งที่พบกัน รวมถึงสอนให้เด็กฝึกปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะใกล้ๆออฟฟิศทุกเย็นและอ่านนิทานก่อนนอนให้น้องปลื้ม ฟังแทบจะทุกคืน....การมีอัศวินเข้ามาในชีวิตของมุลิลามากขึ้น ทำให้มุลิลาอุ่นใจ วางใจและรู้สึกปลอดภัย ความสุขใจเช่นนี้มุลิลาไม่เคยได้สัมผัสมานานมากแล้ว
 
แต่มิตรภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างอัศวินและมุลิลาก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาของชิษณุไปได้ พราวฟ้าคือสายข่าวที่ดีและเธอก็พร้อมทำทุกอย่างให้อัศวินแยกจากมุลิลาให้ได้ หัวใจชิษณุไม่อาจนิ่งเฉยต่อความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ไปได้ เขาหวั่นใจและกลัวว่าหัวใจของมุลิลาจะยอมเปิดรับไอ้ตี๋ แม้อัศวินจะไม่ใช่ผู้ชายที่เพียบพร้อมเช่นเขาก็ตาม!!!!
 
“กระแสป้ากินเด็ก” ถูกจุดขึ้นโดยพราวฟ้าและกะเทยนรก!!!! เพื่อทำลายความความสนิทสนมระหว่างมุลิลาและอัศวินให้พังทลายกลายเป็นจุณ คำนินทาวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากและใส่ร้ายว่า มุลิลากำลังหาสามีใหม่แก้เหงาโดยใช้ลูกน้อยเป็นเครื่องมือ เพื่อลดความน่าเชื่อถือในตัวมุลิลา และยิ่งพราวฟ้าพยายามทำให้อัศวินเชื่อว่าเขากำลังถูกหลอก  และเพื่อให้ข่าวลือนี้ไปถึงหูชิษณุและตรีดาวว่า ผู้หญิงที่ชิษณุกำลังมีใจให้กำลังคั่วเด็กหนุ่มอยู่ เรื่องนินทาประเภทนี้มีหรือจะไม่หลุดรอดไปถึงหูมุลิลาได้ มันทำให้เธอถึงกับวีนแตกและพาลวีนไปถึงอัศวิน จนถึงขั้นสั่งให้เขาอยู่ห่างจากลูกเธอเพื่อลดกระแสเม้าท์ แต่ขึ้นชื่อว่าอัศวิน ซะอย่าง มีหรือจะยอมทำตามด้วยนิสัยที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หากสิ่งนั้นไม่มีเหตุผลที่ถูกต้อง
 
มุลิลาย้ำกับตัวเองว่าจะต้องไม่พัฒนาความสัมพันธ์กับชายคนใดอีก เธอมีลูกและภาระหนักหนา ที่ต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้เธอไม่ต้องการให้ลูกคิดว่าความรักทั้งหมดที่เธอมีให้แก่ลูกกำลังถูกแบ่งปันออกไป ยิ่งเธอเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหันมาทุ่มเทให้กับลูกมากเท่านั้นโดย พยายามติดต่อกับอัศวินให้น้อยลง โดยเฉพาะนอกเวลางาน ถึงแม้ลูกชายจะคิดถึงอัศวินมากแค่ไหนก็ตาม
 
แต่ยิ่งวิ่งหนีกลับยิ่งคิดถึง!!! แม้มุลิลาพยายามห่างจากอัศวินแค่ไหนก็ตาม แต่ใจเธอกลับหวั่นไหวทุกครั้งที่เห็นอัศวินอยู่ใกล้พราวฟ้า เธอเลือกที่จะสลัดความรู้สึกออกจากใจ และหันกลับมาทำตัวให้ยุ่งกับงาน หรือพาลหงุดหงิดใส่อัศวินเมื่อต้องเร่งทวงงานจากเขา 
 
บุปผาสบช่องที่รู้ว่ามุลิลายังคงโดดเดี่ยวและบ่อยครั้งที่มีความทุกข์จากงานและการเลี้ยงลูก เธอลองพยายามเกลี้ยกล่อมให้มุลิลาคืนดีกับพงศ์พิสุทธิ์ จนแล้วจนรอดมุลิลาก็ยืนยันอย่างหนักแน่น กับแม่ว่าไม่มีวันที่จะคืนดีและพาลูกกลับไปอยู่กับพงศ์พิสุทธิ์และบริสุทธิ์อีก มุลิลาย้ำกับบุปผาว่าหากยังคิดว่า เธอเป็นลูกและน้องปลื้มเป็นหลานให้หยุดคิดเรื่องกล่อมเธอกลับลงนรกอีกเป็นอันขาด บุปผาจึงหยุดแล้ว เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ 
 
ชิษณุแสดงความจริงจังและจริงใจต่อมุลิลา  ด้วยการเชิญให้มุลิลาไปพบกับพ่อแม่ของเขา และร่วมรับประทานอาหารเย็นกัน  ซึ่งมุลิลาตอบตกลง มุลิลาคิดว่าอย่างน้อยเธอก็จะได้เห็นชีวิตอีกด้านของชิษณุ คนที่เธออาจเปิดโอกาสให้เข้ามาในชีวิตเธอครั้งใหม่ก็ได้  ตามแรงเชียร์ของต้องตา
 
ชิษณุแสดงตัวอย่างเปิดเผยว่าชอบเธอและพร้อมจะรับเด็กเป็นลูก ครั้งนี้บุปผาหันมาร่วมมือกับแสงดาว เข้ามาช่วยบิ้วต์ให้มุลิลาใจอ่อน พวกเขายกเอาความสุขที่มุลิลาจะได้รับและการันตีความไม่ผิดหวัง 
 
...แต่มุลิลาก็ยังไม่ตัดสินใจ เพราะตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ใจตัวเอง และที่สำคัญ....เธอยังไม่พร้อม!!!!
 
แสงดาวร้อนใจที่มุลิลายังเล่นตัว เธออยากเอาใจชิษณุ และเพื่อแผนการฟื้นฟูสถานีจะได้ราบรื่น และเพื่อให้ชิษณุตัดสินใจเพิ่มเงินทุนให้สถานีฯ ง่ายขึ้นถ้ามุลิลาตกลงใจด้วย...เธอจึงคิดวางแผนขั้นต่อไป!!!!
แสงดาวรู้ว่าบุปผาทำทุกอย่างได้เพื่อเงินและหากรู้ว่าชิษณุร่ำรวยแค่ไหน บุปผาต้องตกลงทำ ตามแผนการของเธอแน่นอน แสงดาวจึงปรึกษากับบุปผา เธอยื่นข้อเสนอด้วยเงินก้อนหนึ่ง ให้บุปผาหาวิธีบังคับลูกสาวให้เชื่อมสัมพันธ์กับชิษณุ และถ้าถึงขั้นแต่งงาน ตัวบุปผาเองก็จะมีเงินใช้ อย่างสบายไปทั้งชาติ และเพื่อผลประโยชน์ของสถานีแสงดาว จึงวางแผนร่วมกับพราวฟ้าให้ ช่วยกันอัศวินออกห่างจากมุลิลาอีกแรง ซึ่งพราวฟ้าก็สนับสนุนเต็มที่เพราะนี่ก็เท่ากับเป็นความหวัง ที่จะได้ครอบครองอัศวิน สร้างฝันให้เป็นจริง
 
แสงดาวแนะนำชิษณุให้จัดดินเนอร์ขึ้นริมทะเล ณ บ้านพักชายหาดส่วนตัวของเขา เพื่อปรับความเข้าใจกับมุลิลา โดยหน้าที่ของบุปผาคือต้องเกลี้ยกล่อมแกมบังคับ  ให้ลูกสาวตอบรับคำเชิญไปดินเนอร์กับชิษณุให้ได้ ส่วนการมอมยานอนหลับมุลิลาจะเป็นหน้าที่ของแสงดาว ส่วนพราวฟ้าจะทำหน้าที่แยกอัศวินออกจากมุลิลาเอง โดยที่ชิษณุไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของดินเนอร์ครั้งนี้ เขารับรู้เพียงเขาจะได้มีโอกาสปรับความเข้าใจ และให้เวลามุลิลาเป็นฝ่ายตัดสินใจตอบรับหรือปฏิเสธเขาเอง
 
ดินเนอร์ดำเนินไปตามแผน ทั้งคู่คุยกันอย่างเข้าใจ  ในขณะที่มีสายตาของแสงดาวและบุปผาจับจ้อง อยู่รอเวลาให้ยานอนหลับอ่อนๆ ในแก้วของมุลิลาออกฤทธิ์ ซึ่งเจ้าของแผนการเชื่อว่าชิษณุจะต้องอุ้มมุลิลา ไปในห้องนอนอย่างแน่นอน 
 
ชิษณุอุ้มมุลิลาไปนอนในห้องนอนจริงดังคาด ทั้งแสงดาวและบุปผายิ้มด้วยความกระหยิ่มใจที่ แผนการของพวกเขาสำเร็จ และพร้อมจะฟังข่าวดีในวันรุ่งขึ้น  แต่ชิษณุกลับไม่ล่วงเกินเธอแม้ปลายเล็บ เขาพยายามสะกดอารมณ์ คิดถึงความรู้สึกดีๆ ที่เขาพยายามสร้างขึ้นกับเธอมาตลอดเกือบ 2 เดือน เขาเชื่อว่าการแสดงความเป็นสุภาพบุรุษจะสามารถชนะใจมุลิลาได้
 
จนเช้าวันรุ่งขึ้น!!!
 
มุลิลาตื่นขึ้นมาพบว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ในห้องนอนของเธอเอง ความรู้สึกแรกทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าตนเองนอนอยู่ในห้องนอนของชิษณุ แต่ก็ยังโล่งอกหลังจากเช็คสวัสดิภาพร่างกาย ของเธอสมบูรณ์ครบถ้วนไม่มีส่วนใดถูกล่วงเกิน เมื่อเจอชิษณุที่กำลังเตรียมอาหารเช้า เธอจึงสอบถามเขาถึงเหตุการณ์เมื่อคืนและรู้ว่าตนเองเมามากจนหมดสติ เธอแทบไม่เชื่อว่าแค่ไวน์เพียงแก้วสองแก้วจะทำให้เธอถึงกับเมาจนไม่ได้สติ มุลิลาไม่ระแวงเหตุอื่นใดนอกจากคิดว่าตนเองอายุมาก ประกอบกับทำงานหนักและเครียดจนเกินไป จึงทำให้ร่างกายอ่อนล้า เพราะอดีตเธอได้ชื่อว่าปาร์ตี้เกิร์ลสาวคอแข็ง ไม่เคยมีชายหน้าไหนมาท้าดวล แอลกอฮอล์และล้มเธอไปก่อนได้ 
แต่อย่างน้อยเธอก็สบายใจขึ้นที่ชิษณุเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกินเธอ ก่อนที่เธอจะขอตัวขับรถกลับกรุงเทพฯ ซึ่งชิษณุอาสาไปส่งและเธอเองก็ไม่คิดปฏิเสธก่อนอื่นเธอไม่ลืมที่จะโทรหาแม่เพื่อถามถึงลูกชายและพบว่าอัศวิน
ได้พาเด็กไปส่งโรงเรียนแต่เช้า เธอจึงโทรไปขอบคุณอัศวินและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...เพียงบางส่วนให้อัศวินฟัง โดยปกปิดเรื่องไปค้างที่บ้านพักริมชายหาดของชิษณุเอาไว้
 
บ่ายวันต่อมา แสงดาว บุปผา พราวฟ้าและแฝดนรกมารวมตัวกันในห้องทำงานของแสงดาว เพื่อลุ้นกับความสำเร็จของแผนการจับคู่ระหว่างมุลิลาและชิษณุ ทุกคนคาดหวังปฏิกิริยาตื่นตระหนก หรือไม่ก็อาการโมโหโกรธาของมุลิลาเพราะการกระทำที่ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษของชิษณุ 
แสงดาวเตรียมแผนขั้นต่อไปไว้แล้ว โดยจะช่วยปกป้องและเรียกร้องศักดิ์ศรีที่ถูกย่ำยีของมุลิลากลับคืนมา  ด้วยการให้ชิษณุรับผิดชอบด้วยการแต่งงานอย่างสมเกียรติที่สุด แม้อัศวินจะไม่ระแคะระคายแผนการใดๆ ของแสงดาว แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าต้องมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ เมื่อรู้จากปากมุลิลาว่าเธอไม่ได้กลับมานอน คอนโดเมื่อคืนที่ผ่านมา และยิ่งเห็นกลุ่มคนเหล่านั้นรวมตัวกันในห้องแสงดาว รวมถึงบุปผาแม่ของมุลิลาด้วย ก็ยิ่งทำให้เขาเกิดความสงสัยมากขึ้น
 
เมื่อพราวฟ้าเห็นอัศวินเข้ามาออฟฟิศ เธอจึงรีบแสร้งเข้าไปถามอัศวินว่าพบมุลิลาบ้างหรือไม่ เพราะแม่ของเธอมาตามลูกสาวที่ออฟฟิศและบอกว่ามุลิลาไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากไป
ดินเนอร์กับชิษณุที่บ้านพักริมหาดพัทยา พราวฟ้าพยายามใส่ความให้เหตุการณ์ดูน่าวิตก เพื่อให้อัศวินโกรธ และเข้าใจผิด คิดว่ามุลิลาไปหลับนอนกับชิษณุ ซึ่งได้ผลเกินคาดเพราะมุลิลาไม่ได้เล่าให้เขาฟังเรื่องการ ไปนอนค้างที่บ้านพักริมหาดของชิษณุ อัศวินอยากเจอมุลิลาในทันทีและถามความจริงทั้งหมดจากปากของเธอ
 
มุลิลาเข้ามาออฟฟิศเกือบบ่ายสาม  เธอถูกตามตัวให้ไปพบแสงดาวในห้องทำงานทันที เพื่อสอบถามถึง การหายตัวไปเมื่อคืน แสงดาวแสร้งทำเป็นทราบเรื่องมาจากบุปผาที่เข้ามาสอบถามหาลูกสาวถึงในบริษัท     
การกระทำของบุปผาทำให้มุลิลาประหลาดใจและสงสัยเพราะปกติแม่ไม่เคยสนใจว่าเธอจะกลับบ้านหรือไม่กลับ แต่ทุกคนกลับเคี่ยวเข็ญให้เธอพูดความจริง โดยบุปผาเป็นคนเปิดเผยว่าเธอขอร้องให้ลูกสาวไปดินเนอร์ กับชิษณุจริง แต่หลังจากนั้นมุลิลาก็ไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดจนกระทั่งตามมาพบเธอที่ออฟฟิศในวันนี้
 
สุดท้ายมุลิลาก็ยอมรับต่อหน้าทุกคนรวมถึงอัศวินด้วยว่าเธอไปค้างที่ที่บ้านริมหาดของชิษณุจริงเพราะเธอเมาไม่
ได้สติโดยมีชิษณุอยู่ดูแล  คำพูดนี้ทำให้ทุกคนรีบทึกทักว่าเธอได้เสียกับชิษณุแล้ว โดยไม่เปิดโอกาส ให้เธอได้แก้ตัวใดๆ ด้วยความหึงหวงและโกรธที่มุลิลาไม่พูดความจริงกับเขา อัศวินหุนหันออกไปจากห้องทันที โดยที่มุลิลาพยายามจะเรียกเขา  แต่ถูกบุปผาและแสงดาวดึงมาสอบสวนเสียก่อน ในขณะที่พราวฟ้า ก็แอบสะใจกับความร้าวฉานนี้
 
อัศวินพบกับเจมส์ที่หน้าออฟฟิศ ยอมรับกับเจมส์เพื่อนสนิทว่า...มันไม่มีทางที่
จะไม่คาดหวังสิ่งใดจากความรัก เจมส์รู้ว่าพราวฟ้ามีส่วนทำให้เรื่องราววุ่นๆ เหล่านี้เกิดขึ้น และลึกๆ เขาอยากให้พราวฟ้าเลิกหลงอัศวินแบบผิดๆ เพราะสุดท้ายพราวฟ้าก็จะเป็นฝ่ายเสียใจเอง เจมส์ตัดสินใจพูดออกไป  ตามคาด...เจมส์ถูกพราวฟ้าด่าเปิงกลับมา เจมส์ตัดสินใจถอยห่างจากพราวฟ้านับแต่วันนั้น แต่พราวฟ้าก็ใช่ว่าจะสน
 
อัศวินพ่ายแพ้ให้กับความเห็นแก่ตัวของตัวเองด้วยการจะไปต่อยหน้าชิษณุโทษฐานย่ำยีคนที่เขารัก!!! อัศวินหน้ามืดเกินกว่าจะฟังเหตุผลใดๆ อัศวินมุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศของชิษณุทันที!!!  เขาวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของชิษณุโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามใดของแพตตี้ เลขาฯ หน้าห้อง เขากระชากชิษณุขึ้นมาจากโต๊ะทำงานแล้วตะโกนถามออกไปตรงๆ ว่าชิษณุได้ล่วงเกินมุลิลาไปหรือเปล่า ก่อนที่ตรีดาวจะมาโวยวายและเรียก รปภ. มาลากตัวอัศวินออกไป 
 
ชิษณุพยายามควบคุมอารมณ์และตอบความจริงทุกอย่างออกไปจนอัศวินสงบสติอารมณ์ลงได้ อัศวินทั้งดีใจ ทั้งหน้าแตก เขายกมือไหว้ขอโทษชิษณุในความเข้าใจผิดซึ่งชิษณุไม่ถือสาความ แต่ชิษณุกลับค้นพบสาเหตุว่าทำไมมุลิลาจึงไม่มีใจให้เขาเพราะแท้จริงแล้ว หัวใจของมุลิลาไปอยู่กับไอ้เด็กหนุ่มตี๋คนนี้นี่เอง!!
 
ในขณะเดียวกัน เมื่อตรีดาวรู้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ตรีดาวถึงกับช็อคและ เกือบควบคุมอาการผู้ดีไม่อยู่เธอคิดว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะการเร่งรัดให้ผู้ใหญ่จัดการ เรื่องการแต่งงานอย่างเป็นทางการก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป  
 
มุลิลากลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยล้าในตอนค่ำ เธอไม่รู้จะอธิบายให้อัศวินเข้าใจตัวเธอได้อย่างไร และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะทนกับแรงกดดันของทุกคนให้สานสัมพันธ์กับชิษณุได้นานแค่ไหน มากไปกว่านั้นเธอจะทนกับความอ้างว้างของหัวใจได้อีกสักเท่าไหร่ 
 
เหมือนเช่นเคยเธอเปิดรายการวิทยุคลื่นโปรด เสียงชายหนุ่มที่ชื่อ “ซาลาเปา” กำลังถาม DJ พี่แสดดังออกมาจากลำโพงกับคำถามที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายหญิงไม่เปิดหัวใจเพื่อความรักครั้งใหม่...สักที แล้วทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบพูดความจริง
 
มุลิลาตั้งใจฟังดีเจพี่แสด เมื่อมีจังหวะเธอก็จะโทรไปพร้อมกับ คำถามว่าระหว่างความสุขของลูก และความสุขของเธอๆ ควรจะเลือกอย่างไหน แต่พี่แสดกลับแนะนำให้เลือกทั้ง 2 โดยสร้างสมดุลระหว่างกัน ให้ลองถามหัวใจตัวเองว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อโอกาสใหม่ในชีวิตหรือไม่
 
หลังจากโทรคุยกับพี่แสดทำให้อัศวินรู้จักหัวใจของตัวเองดีขึ้น เขาพร้อมที่จะบอกมุลิลา และขอโอกาส จากเธอในวันรุ่งขึ้น
ชิษณุถือโอกาสที่แสงดาวมาประชุมที่ออฟฟิศขอคุยเป็นการส่วนตัวกับเธอ เขาสงสัยว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการวางแผนของเธอ เขาขู่ให้แสงดาวพูดความจริงไม่เช่นนั้นเขาจะไล่ออกทันที แสงดาวยอมสารภาพความจริงและขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชิษณุเข้าใจสถานการณ์อันบีบคั้นของแสงดาว เป็นอย่างดี แต่ถึงชิษณุจะมีใจให้มุลิลา เขาก็ไม่คิดที่จะดันทุรังเพราะด้วยวุฒิภาวะและการใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ ชิษณุจึงบอกแสงดาวให้ยุติแผนการจับคู่ระหว่างเขากับมุลิลาลง 
 
แต่เขาก็ยังยืนยันจะช่วยสนับสนุนให้แสงดาวบริหาร WOW SHOPPING ต่อไป เพราะแสงดาวเป็นคนเก่ง และเขารู้ดีว่าจะช่วยให้มุลิลาผ่านเงื่อนไขการทำงานและจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แสงดาวดีใจและขอบคุณชิษณุที่ไม่เอาเรื่องเธอ รวมถึงจะช่วยสนับสนุน การทำงานของมุลิลาเต็มที่
 
ส่วนมุลิลาสอบเค้นเอาความจากบุปผาผู้เป็นแม่จนได้รับความจริง เธอบอกความจริงกับแม่ ทุกประการและย้ำว่าความสัมพันธ์ของเธอกับชิษณุเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก ที่มุลิลาไปพบกับพ่อแม่ของชิษณุแล้ว เธอพบว่าชีวิตของชิษณุและเธอต่างกันราวฟ้ากับดิน ชีวิตเธอและลูกไม่มีวันพบกับความสุขได้อย่างแน่นอน แม้ว่าชิษณุจะรักเธอมากแค่ไหนก็ตาม เธออธิบายให้บุปผาเข้าใจอีกครั้งว่าชีวิตทั้งชีวิตและความรักทั้งหมดของเธอทุ่มเทให้กับลูกและครอบครัวเท่านั้น เธอตัดสินใจนำเงินเก็บครึ่งหนึ่งจากส่วนที่เหลือให้แม่พร้อมกับสัญญาว่าจะส่งเงินให้แม่อีก ไม่ให้แม่ต้องลำบาก และขอร้องให้แม่กลับบ้าน เธอให้คำมั่นว่าจะไม่มีวันทิ้งแม่เด็ดขาด และเธอก็ยังขอร้องให้แม่เห็นใจ รวมถึงใช้เงินอย่างประหยัดมากกว่าจะเอาไปซื้อหวย เพราะภาระที่จะต้องดูแลน้องปลื้มยังหนักหนาอีกมาก แต่อีกไม่นานเกินรอเมื่อชีวิตเธอพร้อมกว่านี้เธอจะรับแม่มาอยู่ด้วย ด้วยความรักที่มีต่อลูกและหลาน บุปผายอมรับเงื่อนไขของมุลิลาและยอมเดินทางกลับบ้านแต่โดยดี
 
อัศวินตามมุลิลาไปจนถึงโรงเรียนของน้องปลื้ม ตั้งใจจะไปสารภาพรักและขอโอกาส แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด ที่โรงเรียนมุลิลากำลังโวยวายใส่ครูนกน้อยที่เข้าเวรดูแลส่งเด็กกลับบ้าน อัศวินจึงรีบเข้าไปสอบถามด้วยความเป็นห่วงและพบว่าพ่อของน้องปลื้มมารับกลับไปก่อนหน้าเธอ มันทำให้มุลิลาทั้งโกรธทั้งเสียใจ และยิ่งกังวลใจอย่างมาก อัศวินไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกันนอกจากอยู่เคียงข้างเธอ มุลิลาพยายามที่จะโทรไปหาพงศ์พิศุทธิ์แต่เขาปิดเครื่อง มุลิลาและอัศวินจึงออกไปตามหา น้องปลื้มที่บ้านพงศ์พิศุทธิ์ รวมถึงบ้านของบริสุทธิ์แม่ของพงศ์พิสุทธิ์ด้วย แต่ไร้วี่แวว มันยิ่งทำให้มุลิลากังวล ใจมากขึ้น  แม้จะรู้ดีว่าพงศ์พิสุทธิ์ไม่มีทางทำร้ายลูกก็ตาม 
ด้วยความโกรธมุลิลาจึงเข้าไปแจ้งความกับตำรวจว่าพงศ์พิศุทธิ์ลักพาตัวลูกชายของเธอและคุกคามการ
ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขของเธอ
 
มุลิลาไม่รู้จะไปตามหาลูกได้ที่ไหนหลังจากพยายามทุกวิถีทาง อัศวินจึงแนะนำให้เธอไปตั้งหลัก ที่บ้านของเขาก่อน อย่างน้อยก็ยังมีผู้ใหญ่ในครอบครัวให้คำปรึกษาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เขาให้กำลังใจ เธอว่าถึงอย่างไรน้องปลื้มก็ต้องกลับมาหาเธออย่างปลอดภัย เขาสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างเธอไปตลอดคืน จนกว่าเธอจะได้ลูกกลับมา
 
เช้าวันถัดมา พงศ์พิสุทธิ์โทรติดต่อหามุลิลาพร้อมบอกว่าที่เขาเอาลูกไป เพราะต้องการแสดง ให้เธอเห็นว่าเขาทำจริงไม่ได้ขู่ เขานัดให้เธอออกมาพบและเจรจากับเขาในสถานที่แห่งหนึ่ง มุลิลาข่มอารมณ์พูดดีและทำตามทุกอย่างที่เขาร้องขอ แต่เธอบอกให้อัศวินแจ้งตำรวจและตามเธอไปห่างๆ จนกว่าลูกจะอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ตำรวจจึงจะเข้าชาร์จได้ 
 
พงศ์พิศุทธิ์ดูเหมือนจะสำนึกตัวได้และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง เพราะเขาแน่ใจ แล้วว่า...มุลิลาและลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตที่เค้าเคยมี....แต่มันสายไปแล้วสำหรับมุลิลา เธอยืนยันคำเดิมที่จะไม่กลับไปหาเขาและลูกก็เป็นสิทธิ์ขาดของเธอผู้เดียว ในที่สุดตำรวจได้เข้าจับกุมพงศ์พิศุทธิ์
 
ลูกกลับมาอยู่ในอ้อมอกแม่อีกครั้งแต่ก็ร้องไห้เมื่อเห็นพ่อของเขาถูกตำรวจจับ มุลิลาและอัศวินจึงต้องอธิบายให้น้องปลื้มเข้าใจว่าพ่อของเขาจะไม่เป็นอันตราย  มุลิลาตัดสินใจไม่เอาเรื่องพงศ์พิศุทธิ์  และขอคำมั่นสัญญา ขอสัญญาลูกผู้ชายจากพงศ์พิศุทธิ์เป็น ครั้งแรกและครั้งเดียว….ว่าจะต้องตัดใจ และใช้ชีวิตต่อไป เลิกคิดที่จะพรากลูกไปจากเธออีก แลกกับการที่มุลิลาจะยอมให้พงศ์พิศุทธิ์เข้ามาทำหน้าที่พ่อของลูกได้…ตอนแรกบริสุทธิ์จะไม่ยอม แต่พงศ์พิศุทธิ์ตัดสินใจจะแข็งกับแม่เป็นครั้งแรก….ขอให้เค้าได้ตัดสินใจเอง  พงศ์พิศุทธิ์ยอมทำตามเงื่อนไขของมุลิลา  โดยที่บริสุทธิ์ทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว นอกจากยอมรับ 
 
มุลิลาขอบคุณอัศวินในความช่วยเหลือของเขา หัวใจอัศวินพองโตขึ้นอีกครั้ง ความหวังของเขาสว่างจ้าขึ้น อย่างน้อยประตูแห่งโอกาสได้เปิดแง้มให้เขาแล้ว
 
อัศวินช่วยแม่และอาเจ้นวดแป้งซาลาเปาอย่างมีความสุข พรุ่งนี้…..อัศวินตั้งใจแล้วว่า จะสารภาพรักกับมุลิลาให้ได้!!!!
 
เช้าวันรุ่งขึ้น.....อัศวินปั่นจักรยานสุดแรงถีบพร้อมช่อดอกไม้ ฝ่าฟันการจราจรที่หนาแน่น มุ่งหน้าสู่ออฟฟิศเพื่อบอกรักตามที่ตั้งใจ ชิษณุก็เข้ามาคุยกับมุลิลา....เพื่อลาไปต่างประเทศ...โดยไม่มีกำหนดกลับ มุลิลาซาบซึ้งในน้ำใจ ที่ชิษณุมีให้เสมอมา  ชิษณุอวยพรขอให้มุลิลามีความสุขกับอัศวิน มุลิลายิ้มรับและตอบเพียงว่า.... ฉันคิดว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะรักใคร  ในขณะเดียวกับที่อัศวินวิ่งเข้ามาได้ยินเข้าพอดี.... มุลิลาพูดต่อไปว่าแม้แต่อัศวินฉันก็ไม่เคยคิดที่จะรัก...เพราะฉันยังไม่พร้อม 
 
พราวฟ้าที่เฝ้าตามอัศวินมาตั้งแต่แรกรีบเข้ามาใส่ไฟให้อัศวินตัดใจซะ....จนอัศวินผลุนผลันออกไปทันที คงถึงเวลาที่ต้องตัดใจอย่างเด็ดขาดเสียที....ชิษณุยิ้มรับอย่างเศร้าสร้อย แต่ก็เข้าใจ ต่อให้สมบูรณ์แบบพรั่งพร้อมมากขนาดไหน แต่มันไม่มีประโยชน์อะไร ไม่มีผลอันใดกับผู้หญิงที่ไม่ได้เลือกวัตถุเป็นความสำคัญอันดับแรก แต่คือความรักต่างหาก ชิษณุยอมรับความพ่ายแพ้นี้อย่างเต็มใจ
คนที่ดีใจสุดๆ ดูเหมือนจะเป็นพราวฟ้าที่ได้กำจัดคู่แข่งหัวใจออกไป เธอจึงตามอัศวินออกไปและแสร้งชวนคุยไปเรื่อยจนวกมาที่คำพูดของมุลิลา เธอสังเกตทีท่าของอัศวินและรู้ว่าเขาเสียใจ เธอจึงพยายามปลอบใจเขาด้วยการจับมือ และเสนอตัวพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา แต่อัศวินตอบปฏิเสธเธอไปตรงๆ ว่าเขารู้สึกดีกับเธอเพียงแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น ไม่เคยคิดรักเธอเลย คำตอบของอัศวินทำเอาพราวฟ้าถึงกับจุกแทบล้มทั้งยืน พระเอกหนุ่มเทพบุตรเกาหลีกลายร่าง เป็นซาตานขยี้หัวใจอันบอบบางของเธอกระจุย พราวฟ้านั่งนิ่งอึ้งหลังจากอัศวินจากไปอย่างไร้เยื่อใย น้ำตาค่อยๆ เอ่อท้นนัยน์ตาแล้วไหลลงอาบแก้ม ในขณะที่มีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองด้วยความห่วงใยและพร้อม ที่จะเข้าไปปลอบโยนอย่างสุดหัวใจ แต่ไม่กล้า เจมส์ไม่กล้าที่จะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอซับน้ำตา ได้แต่บอกตัวเองว่า...ต้องตัดใจให้ได้สักที  แต่พราวฟ้าต่างหากที่เป็นคนวิ่งมาขอผ้าเช็ดหน้าจากเจมส์....เจมส์เลยตัดใจไม่ลง ยืนเป็นเพื่อนให้พราวฟ้าร้องไห้ด้วยอยู่อย่างนั้น....และเปลี่ยนใจใหม่ว่า....ช่างมันเถอะ แค่ได้เป็นคนที่เธอร้องไห้ด้วยเวลาเสียใจ  ก็ดีมากแล้ว......ฮิ้ววววววว!!!!! 
พงศ์พิสุทธิ์รู้ว่าเขากำลังจะเสียบุคคลที่เขารักมากที่สุดในชีวิตไป จากนี้เขาตั้งใจปรับปรุงตัวเป็นคนดี เป็นพ่อที่ดีโดยพยายามทำอย่างจริงจัง เขาเลิกชีวิตเสเพลทุกอย่าง หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน และพบลูกทุกวันที่โรงเรียนก่อนมุลิลาจะไปรับ โดยที่ไม่ไปรบกวนมุลิลาเลยแม้แต่น้อย พงศ์พิสุทธิ์ตั้งใจว่าจะต้องใช้เวลาลบความผิดที่เขาก่อขึ้นสักพักด้วยการตั้งใจทำความดี เป็นพ่อที่ดี  และหวังอยู่ลึกๆว่า...มุลิลาจะยอมใจอ่อน และเมื่อนั้นเขาก็จะขอโอกาสจากเธออีกครั้ง 
 
อัศวินเริ่มเปลี่ยนไป หลังเลิกงานอัศวินเก็บตัวมากขึ้น ไอ้หนุ่ม “ซาลาเปา” เข้ามาคุยและระบายกับพี่แสดบ่อยขึ้น ซึ่งมุลิลาก็ฟังอยู่ทุกครั้ง และบางครั้งก็ทำให้เธอสงสัยว่าจะใช่คนเดียว กับอัศวินหรือเปล่า พฤติกรรมของอัศวินเปลี่ยนไปจากหนุ่มร่าเริง ขี้เล่น กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่ยิ้มแย้ม เก็บตัวจากคนในบ้านจนเป็นที่สงสัยของทุกคน และทุกคนลงความเห็นว่าอาตี๋ “อกหัก” 
อาเจ้ทนไม่ได้ที่เห็นน้องชายมีพฤติกรรมเช่นนี้ เธอจึงเรียกอาตี๋ออกมาคุยต่อหน้าพ่อแม่และอาม่า และบอกว่าทุกคนในครอบครัวพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ตาม อัศวินสารภาพกับทุกคนว่าเขารักมุลิลา แต่มุลิลาปฏิเสธความรักของเขา
ทุกคนในครอบครัวให้กำลังใจอาตี๋ และคิดว่ามุลิลาคงมีเหตุผลส่วนตัว แม่แนะนำให้อาตี๋อดทนและให้เวลากับมุลิลาอีกสักระยะ บางทีเธออาจยังไม่พร้อมจริงๆ และถ้าอาตี๋มั่นใจในความรักของตนเองที่มีต่อมุลิลา ทุกคนก็พร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยอย่างเต็มที่ ขอเพียงให้กลับมาเป็นอาตี๋คนเดิมที่มองโลกในแง่บวกเสมอ และไม่คิดยอมแพ้อะไรง่ายๆ     
 
อัศวินดูเหมือนจะห่างไปจากชีวิตของมุลิลา เขาเลี่ยงที่จะพบหน้าเธอและยียวนกวนประสาทจนมุลิลาสัมผัสได้ มีเพียงน้องปลื้มเท่านั้นที่ยังวนเวียนถามหาเขาและอยากกินซาลาเปาไส้ครีมอยู่บ่อยๆ 
 
มุลิลาพาน้องปลื้มไปร้านกาแฟติ่มซำ “ตี๋ตาโต” เพื่อไปซื้อซาลาเปาไส้ครีมตามที่สัญญาไว้ น้องปลื้มดูมีความสุขมาก เขาชอบเล่นกับอาเจ้และอัศวิน แต่วันนี้เขาไม่เจออัศวิน 
 
มุลิลามีโอกาสได้คุยกับแม่และอาม่าของอัศวิน พวกเขาเล่าเรื่องวัยเด็กของอัศวินให้เธอฟังพร้อมโชว์อัลบั้มรูปวัยเด็กของเขาให้เธอดูจนทำให้มุลิลาอดยิ้มในความน่ารักและแสนซนของเขาไม่ได้ เธอยังได้รับรู้ถึงรักแรกและรักเดียวของอัศวิน ที่กว่าเขาจะทำใจได้ก็ใช้เวลานานเป็นปี นับจากนั้นเป็นต้นมาอัศวินก็ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนอีกเลย จนกระทั่งได้พบกับมุลิลา...มุลิลาอึ้ง...ไม่คิดว่าอัศวินจะใจตรงกันกับเธอ  เพียงแต่เธอไม่กล้าแสดงออก เพราะความกลัว  และยังคงกลัวอยู่...กลัวในความต่าง กลัวว่าจะเสียใจอีกครั้ง!!!!
ถึงแม้ต้องตาจะพูดเตือนสติมุลิลา  แต่ก็ไม่ได้ผล มุลิลากลับย้อนถึงคู่ของต้องตา ที่กำลังมีปัญหากับพี่ยักษ์  และตัดสินใจจะแยกทางกันและยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังจะจัดขึ้น  เพราะเกิดจากความกลัวเช่นกัน  ต้องตาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก  ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะไปสอนอะไรเพื่อน
 
อาม่าและแม่ดวงใจให้กำลังใจมุลิลาในการเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีความสุข แต่ในขณะเดียวกันก็ให้รักษา ใจตนเองด้วย ถ้าตนเองมีความสุขลูกก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขนั้นและก็จะมีความสุขไปกับเธอด้วย ทุกคนในบ้านพร้อมจะต้อนรับเธอเสมอไม่ว่าเธอจะคบกับอาตี๋หรือไม่ก็ตาม 
 
รายการ Wow Shopping TV ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างยอดขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่นำสินค้าเข้ามาขายแม้มุลิลาจะคลายความกังวลเรื่องการหารายได้เพื่อความอยู่รอด
 
ของเธอและลูกแต่ส่วนลึกในใจของเธอกลับโหยหาคนที่เธอก็รู้ว่าใคร เพียงแต่เธอกลัวว่าลูกจะไม่ยอมรับในความรักครั้งใหม่ของเธอ และลูกก็จะมีปมด้อยในชีวิต เธอจึงสั่งให้ตัวเองหยุดทั้งๆ ที่เธอจะเจ็บปวดใจแค่ไหนก็ตาม
 
ในคืนนั้นมุลิลาตัดสินใจโทรไปปรึกษา DJ พี่แสด ด้วยคำถามว่าถ้าหญิงสาวมีลูกติดอย่างเธอจะเปิดใจมี รักครั้งใหม่อีกสักครั้งควรจะทำอย่างไร “บอกลูกไปเลยค่ะ” คือคำแนะนำจากพี่แสด “การสื่อสารทุกเรื่องราวกับลูกจะทำให้เด็กรู้สึกว่าเขามีตัวตนในหัวใจคุณ ลุยเลยค่ะ พี่แสดเอาใจช่วยค่ะ พี่แสดสนับสนุนให้ทุกคนมีความรักค่ะ”
 
มุลิลาคิดว่าสิ่งแรกที่เธอต้องทำคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในตัวเอง เธอต้องมองโลกในแง่บวก ต้องเลิกกลัวและมโนไปเองว่าทุกอย่างจะเลวร้ายลง เธอต้องพูดคุยกับลูกทุกเรื่อง 
 
เช้าวันต่อมา ระหว่างเตรียมอาหารเช้าให้ลูกตามปกติ มุลิลาลองถามลูกว่าชอบซาลาเปาของน้าวินไหม ชอบเล่นกับน้าวินไหม อยากเจอน้าวินทุกวันไหม และคำตอบที่เธอได้รับคือ “ชอบครับ” มันทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาอีกมาก แต่เธอจะกล้าไปบอกกับเขาหรือ? ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่ยึดมั่นในคำว่ากุลสตรีไทย แถมตัวเองมีลูกติดอีกด้วย 
 
แม้มุลิลาและอัศวินจะยังเจอกันในที่ทำงานเกือบทุกวัน แต่ทั้งคู่ได้แต่ทักทายและยิ้มให้กัน คุยกันแต่เรื่องงาน โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าเอ่ยความในใจออกมาต่อกัน โอ๊ย!!! บรรยากาศระหว่างทั้ง 2 มันช่างกดดันเสียเหลือเกิน 
 
DJ พี่แสดคือที่พึ่งของทั้ง 2 เมื่อความมืดโรยตัวลง ต่างฝ่ายต่างจูนหาคลื่นเดียวกัน และพร้อมจะโทรระบายกับพี่แสดไปพร้อมๆ กันแต่จากคนละปลายทาง มุลิลาได้ฟัง “ซาลาเปา” เล่าความอัดอั้นของตนเองที่มีต่อม่ายสาวลูกติดให้พี่แสดฟัง มันช่างคล้ายชีวิตเธอเสียเหลือเกิน  
 
น้องปลื้มเข้ามาคุยกับมุลิลาอีกครั้งว่า “ทำไมแม่ยังอยู่กับปลื้มครับ ทั้งที่ๆปลื้มดื้อ ป่วยก็บ่อย กินก็เก่ง ทำให้แม่เหนื่อย” มุลิลาให้คำตอบว่า “เพราะแม่รักปลื้ม แม่ไม่เหนื่อย ปลื้มจะดื้อยังไง แม่ก็เข้าใจและรักปลื้มเสมอ แม่จะลำบากแค่ไหน แม่ก็อดทนได้...ความรักของเราจะทำให้เราผ่านทุกอย่างไปได้”....ปลื้มเข้ามากอดมุลิลาเอาไว้แน่น....น้ำตามุลิลา
 
ไหลอาบแก้มอย่างไร้เหตุผล แล้วความรู้สึกหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ...ฉันจะกลัวอะไรอีก ขอเพียงมีความรัก มันจะช่วยให้เราฝ่าฟันปัญหาทุกอย่างไปได้เอง....ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบใด....ในที่สุดมุลิลาก็ทะลายกำแพงแห่งความกลัวนั้นลงได้
 
หลังจาก “ซาลาเปา” วางสายมุลิลาก็โทรเข้าไปเล่าเรื่องราวของเธอให้พี่แสดฟังบ้าง ในขณะที่อัศวินก็กำลังฟังอยู่ ณ ปลายทางหนึ่ง ก่อนวางสายมุลิลาบอกกับพี่แสดว่า “ฉันพร้อมแล้วที่จะให้เขามาเป็น กระดาษซาลาเปา รองรับชีวิตฉันและลูกตลอดไป” 
 
ณ วินาทีนั้นเอง เสียงแห่งความดีใจหลุดออกมาจากปากของอัศวินชนิดกลั้นไว้ไม่อยู่ เขารู้ทันทีว่าผู้หญิงคนที่เขาเพิ่งได้ฟังเรื่องราวเมื่อครู่นี้คือมุลิลา เพราะอัศวินเคยทำการ์ดจากกระดาษรองซาละเปา พร้อมเขียนข้อความเน่าๆบนนั้นว่า “อยากรองรับอารมณ์ป้า เหมือนกระดาษรองซาละเปา”  เขาทำให้ทุกคนในบ้านตกใจและเข้ามาฟัง อัศวินเข้าไปกอดแม่ อาม่า และอาเจ้ พร้อมบอกข่าวดีให้ทุกคนฟัง คืนนั้นเล่นเอาเขานอนไม่หลับ เขาวางแผนที่จะขอความรักต่อหน้าเธออีกครั้งในวันรุ่งขึ้นพร้อมซาลาเปาถุงใหญ่ ไปฝากเธอและลูก
มุลิลาตัดสินใจไปหาต้องตาและพี่ยักษ์ที่นัดกันเพื่อที่จะเลิกราอย่างเด็ดขาด....เพื่อให้สติเพื่อนรักและผู้ชายที่เพื่อนรักและรักเพื่อน...ทั้งคู่รักกันมาก แต่เพราะความกลัวว่าจะไปไม่รอด ทำให้เกิดเป็นกำแพงสะกัดกั้นจนทำให้ไม่ได้ไปต่อ....มุลิลาพูดในสิ่งที่ตัวเองค้นพบ การก้าวข้ามความกลัวเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองมีความสุขและรักษาความรักแท้ไว้ในชีวิตต่อไป...ในที่สุดต้องตากับพี่ยักษ์ก็ล้มเลิกความคิดที่จะเลิกกัน และตัดสินใจที่จะสู้กันใหม่อีกครั้ง โดยมีความรักเป็นเครื่องนำทาง
 
เช้าวันต่อมามุลิลาพบว่าน้องปลื้มมีไข้ขึ้นสูงและต้องพาไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อัศวินมาที่คอนโดพร้อมถุงซาลาเปาและความตั้งใจที่จะขอความรักจากเธอ แต่เขากลับพบมุลิลากำลังจะพาลูกไปโรงพยาบาล เขาจึงอาสาขับรถพาไปโรงพยาบาลเอง 
น้องปลื้มป่วยเป็นปอดบวม ต้องนอนโรงพยาบาลและถูกให้น้ำเกลือถึง 3 คืนและนอนโรงพยาบาลรวม 5 คืนจากอาการป่วย อัศวินตัดสินใจที่จะยังไม่พูดเรื่องความรัก เขาอาสาอยู่เฝ้าไข้และนอนค้างคืน ผลัดเปลี่ยนในเวลาที่มุลิลาติดงานหรือต้องการการพักผ่อน ความสัมพันธ์ของเขากับเด็กน้อยค่อยๆ พัฒนาแน่นแฟ้นขึ้น อัศวินมักจะปรากฏตัวในตอนเช้าพร้อมซาลาเปาอุ่นๆ ของโปรดเด็กน้อย เสมอก่อนที่จะไปทำงาน และรีบกลับมาเปลี่ยนแทนมุลิลาในช่วงบ่าย 
 
มุลิลาสังเกตได้ถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกและอัศวิน แต่เธอคิดว่ายังไม่ควรบอกอะไรกับอัศวิน ในเวลาเช่นนี้ จนกว่าลูกจะแข็งแรงและออกจากโรงพยาบาลได้เสียก่อน
 
ในที่สุดวันที่มุลิลารอคอยก็มาถึง น้องปลื้มออกจากโรงพยาบาล กลับมาวิ่งเล่นและไปโรงเรียน ได้เหมือนเดิม 
 
ก่อนนอนมุลิลาตัดสินใจถามลูกอีกครั้งว่าถ้าเธอจะจับมือกับน้าวินลูกจะอนุญาตหรือไม่ แล้วถ้าเธอจะหอมแก้มน้าวินล่ะ เด็กน้อยครุ่นคิดก่อนจะถามถึงพ่อ ซึ่งมุลิลาก็ให้ความมั่นใจกับลูกว่า พ่อของลูกจะยังคงเป็นพ่อของลูกอยู่เสมอ พ่อกับแม่ก็ยังรักลูกเหมือนเดิม แล้วน้าวินก็จะเข้ามาเพิ่มความรักให้กับลูกด้วย ในคืนนั้นมุลิลานอนกอดลูกตลอดคืน
 
ณ สวนสาธารณะข้างสถานี อัศวินโทรนัดมุลิลาออกมาพบในเย็นวันหนึ่ง อัศวินปั่นจักรยานออกมา พร้อมกับช่อดอกไม้ที่ไม่ได้ห่อแต่ผูกไว้แค่โบว์สีฟ้าสดใส เข้ามาหาเธอพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้ และพูดว่า “พี่รับซาลาเปาของผมไปแล้ว พี่จะทิ้งกระดาษรองซาลาเปาหรือเปล่า”
 
มุลิลากลับหยิบไดอารี่ออกมาจากกระเป๋าพร้อมเปิดให้เขาดูกระดาษอีกแผ่นที่เธอเก็บไว้อย่างดีหลังจากทำความสะอาดเอาแป้งที่ติดอยู่ออกไปแล้ว แล้วบอกว่า “พี่เก็บมันไว้ตั้งนานแล้ว” อัศวินถึงกับตะโกนออกมาด้วยความดีใจ   เขาเข้าไปสวมกอดมุลิลา และอุ้มน้องปลื้มขึ้นหอมด้วยความดีใจ 
 
มุลิลามีความสุขได้อีกครั้งกับความรักครั้งใหม่ ที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆเข้ามามีอิทธิพล ทั้งเรื่องอายุที่ต่างกัน หรือแม้แต่ความเป็นแม่หม้ายลูกติด  สิ่งเดียวเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ คือความรักบริสุทธิ์ที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ที่มอบให้ซึ่งกันและกัน ไม่มีใครรู้ว่าอนคาคตจะเป็นอย่างไร มุลิลาตั้งใจเพียงว่า…ขอแค่วันนี้เธอมีความสุขไปกับคนที่เธอรัก…คือลูก…และไอ้ตี๋!!! 




GAMES & PRIZES
กิจกรรมทั้งหมด