MENU
เรื่องย่อละคร
เรื่องย่อละคร

ครั้งนั้นไม่ลืม

Feb 17, 2017 / ดู 757 ครั้ง

 

 
EP 1 “ปม (นัว)” 
 
เป็นเรื่องของตัวละครหลักทั้ง 5 คน คือ พอร์ช น้ำอุ่น อิฐ มาร์ค และข้าวฟ่าง ซึ่งมีครอบครัวเป็นตัวแปรในการสร้างปมของแต่ละคน เรื่องเริ่มต้นที่งานกิจกรรมวัน “ศิษย์-ลูก” ของโรงเรียนมัธยมไตรมาลีศึกษา โรงเรียนเชิญผู้ปกครองของนักเรียนมัธยมปีที่ 6 มาประชุมเพื่อแนะแนวการศึกษาต่อ โดยมี ครูไพรัช เป็นครูที่ปรึกษา ซึ่งผู้ปกครองของตัวละครหลัก ได้แก่ สันตินายทหารชั้นผู้ใหญ่พ่อของ “พอร์ช” ณัฐฐาน้าสาวของ “น้ำอุ่น” นุชนารถแม่ของ “อิฐ” ชัยวุฒิและโชติกาพ่อแม่ของ “ข้าวฟ่าง” และก้องเกียรติพ่อของ “มาร์ค” ผู้ปกครองของแต่ละคนต่างก็มีทัศนคติและความเข้าใจต่อลูกของตนที่อาจจะแตกต่างจากตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา 
พอร์ช อิฐและน้ำอุ่นเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น  พอร์ชเป็นหัวหน้าห้องซึ่งถูกคาดหวังในเรื่องของความสมบูรณ์แบบในสายตาของพ่อ แต่ตัวเองก็มีความฝันของตนลึกๆซึ่งไม่ใช่ทางที่พ่อเลือกให้เดิน 
น้ำอุ่นรองหัวหน้าห้อง ผู้ที่ต้องเข้มแข็งและต้องต่อสู้กับสิ่งเร้าต่างๆให้ผ่านไปด้วยตัวเอง ในขณะที่ตัวเองขาดพ่อแม่ และมีความรู้สึกไม่เท่าเทียมเพื่อน อิฐหนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์ มักรู้สึกว่าตัวเองด้อยในสายตาของแม่ จนทำให้แสวงหาการยอมรับจากสังคมอีกกลุ่มหนึ่งอย่างผิดๆ มาร์คหนุ่มนักกีฬาที่ใส่ใจกับการเรียนและการซ้อมมากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะต้องเดินตามกรอบที่พ่อกำหนดอนาคตไว้อย่างเคร่งครัด จน... ข้าวฟ่างเด็กสาวธรรมดาผู้อยู่กับโลกลวงที่พ่อแม่สร้างขึ้น จนเป็นชนวนการสร้างปัญหาให้กับตัวเธอโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ เธอไม่ค่อยมีเพื่อนนอกจากน้ำอุ่น และยังเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งของแก๊งนางฟ้า กลุ่มสาวเชียร์ลีดเดอร์ซึ่งมี “เกรซ”เป็นหัวหน้าแก๊งอยู่เป็นประจำ 
ปมปัญหาของทุกคนที่มาจากครอบครัว การเลี้ยงดูและสังคมโดยรอบ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในตอนต่อๆไป ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่จะเป็น “ครั้งนั้น ไม่ลืม” ไปตลอดชีวิตของพวกเขา
EP 2 “หลง (ทาง)” 
เป็นเรื่องของอิฐที่เข้าร่วมวงดนตรีของโรงเรียน และได้รู้จักกับเหน่งรุ่นพี่อดีตนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนที่จบไปแล้ว อิฐมีความสุขกับการได้ร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรี เพราะช่วยให้เขาผ่อนคลายความรู้สึกอึดอัดจากทางบ้านซึ่งเกิดจากพ่อแม่ทะเลาะกัน จนถูกชักชวนเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนๆ และเหน่ง ทำให้เขาสนิทกับเหน่งมากยิ่งขึ้น
เหน่งชักชวนให้อิฐใช้เงินเล่นเกมมากขึ้นเรื่อยๆ จนอิฐขโมยเงินในกระเป๋าของแม่ และใช้บัตรเครดิตรูดซื้อเกมเป็นเงินจำนวนมาก ทำให้แม่โมโหดุด่าและทะเลาะกับอิฐอย่างรุนแรงจนอิฐหนีออกจากบ้าน ไปอยู่กับเหน่งที่บ้านเช่าซึ่งเช่ารวมกับคนอื่น เขามั่วสุมตามคำชักชวนของเหน่ง จนขาดเรียน ทำให้พ่อแม่ ครูและเพื่อนๆเป็นห่วงมาก ครูไพรัชเข้ามาช่วยเหลือติดตามอิฐและประสานผู้ปกครองเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนสำเร็จด้วยดี
จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นบทเรียนที่ไม่ลืมของอิฐและครอบครัว ได้เรียนรู้ว่าการวู่วามและใช้อารมณ์ในครอบครัวไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา แต่ความเข้าใจและการอภัยกันและกัน จะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความไว้วางใจกันและกัน ไม่ถูกชักจูงจากคนภายนอกได้ง่ายๆ สุดท้ายแล้วเมื่อมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น บุคคลที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนั่นก็คือครอบครัวและคนที่รักเขา
 
EP 3 “รอ (คอย)” 
เป็นเรื่องของพอร์ช ที่แสดงถึงการสื่อสารในยุคใหม่ผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ค พอร์ชติดตามสถานะของหญิงสาวคนหนึ่งจากโซเซียลเน็ตเวิร์ค เพราะเขาสนใจในโปรไฟล์และแนวคิดของเธอ และตัดสินใจทำความรู้จักเธอจากโปรแกรมแชทที่เป็นที่นิยม และเกิดเป็นมิตรภาพออนไลน์ที่ไม่เคยได้เจอกันจริงๆ ทั้งสองคุยกันถูกคอจนพัฒนาขึ้นเป็นความชอบ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่รู้สึกขาดไม่ได้ วันไหนที่พอร์ชไม่ได้ข้อความตอบกลับในทันที เขาจะรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียพาลใส่เพื่อน และทำตัวแปลกแยกออกไป  
พอร์ชพยายามขอนัดเจอหลายครั้ง แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวผู้นั้นไม่ตอบข้อความที่ส่งไป และการติดต่อใดๆก็ไม่มีการตอบรับ รวมถึงสถานะบนโลกออนไลน์ของเธอก็เงียบไป พอร์ชรู้สึกกระวนกระวายและคิดไปต่างๆนานาถึงสาเหตุ จนสุดท้ายหลังจากผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ จึงได้ทราบว่าหญิงสาวคนนั้นเสียชีวิตแล้วด้วยอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์ และเขาก็ได้รับรู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้เป็นเหมือนตามโปรไฟล์ที่เธอสร้างขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่เธอไม่กล้าบอกเขาเนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้พูดคุยกับเขาอีก พอร์ชทั้งรู้สึกสงสารเธอและผิดหวังในตัวเธอ
เขาได้เรียนรู้ว่าการปักใจเชื่อในบุคคลบนโลกออนไลน์โดยที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง เมื่อผลที่ได้ไม่เป็นอย่างที่คิดจินตนาการไว้ ทำให้เขาผิดหวังและเสียใจ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาไม่ลืมว่าการให้ความสำคัญกับเพื่อนในชีวิตจริงมีคุณค่ามากกว่าเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักตัวตน  และสิ่งที่หลายคนทำบนโลกออนไลน์คือการปฏิเสธที่จะเป็นตัวเอง จนยากที่จะแยกออกว่าอะไรคือความจริง การคบเพื่อนออนไลน์ควรมีความรอบคอบระมัดระวัง
 
EP 4 “เลือก (อนาคต)” 
เป็นเรื่องของน้ำอุ่นที่ทำงานพิเศษประจำทุกวันเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน เนื่องจากน้าสาวต้องเลี้ยงดูอะตอม ยาย และตัวเธอเองหลังจากที่พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตไป และเพื่อออมเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อศึกษาต่อในสถาบันที่เธอใฝ่ฝัน การทำงานหลังเลิกเรียนขอน้ำอุ่น ทำให้ตกเป็นเป้าของแก๊งนางฟ้าในการเยาะเย้ยถากถางเรื่องฐานะทางบ้านที่ไม่สู้ดีนัก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมีเพื่อนบ้านของเธอเป็นคนชักชวนเสนอให้ทำงานเป็นสาวไซด์ไลน์ที่ได้เงินง่ายและเร็ว  น้ำอุ่นเห็นเพื่อนบ้านคนนั้นมีชีวิตที่ดูหรูหรา สะดวกสบาย มีรถขับ ใช้ของแพงๆ น้ำอุ่นจึงเกิดความรู้สึกลังเล ด้วยความที่อยากมีอย่างนั้นบ้าง 
แต่ในที่สุดน้ำอุ่นก็เลือกทางที่ถึงแม้จะเหนื่อยกว่าและใช้เวลามากกว่า อีกทั้งต้องมีความเข้มแข็งและมั่นคงไม่หวั่นไหวกับคำพูดถากถางของเพื่อนบางคน เพราะน้ำอุ่นได้รับรู้ว่าเงินที่ได้มาอย่างรวดเร็วนั้นต้องแลกกับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จากเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านคนนั้นถูกภรรยาของชายคนหนึ่งที่ซื้อบริการไซด์ไลน์ของเธอเป็นประจำจับได้และถูกประจานจนเสียชื่อเสียงและต้องย้ายบ้านหนี เนื่องจากทนความกดดันและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมปัจจุบันไม่ได้
น้ำอุ่นรู้สึกภูมิใจกับตัวเองที่ไม่เลือกทำไซด์ไลน์ตามคำชักจูง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนั้นทำให้น้ำอุ่นจำไม่มีวันลืมว่า การได้มาของเงินที่ไม่บริสุทธิ์เป็นการทำลายจริยธรรมและความดีของตัวบุคคลนั้น และบางครั้งเราสามารถเรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดของผู้อื่น โดยที่ไม่ต้องกระทำความผิดนั้นเอง
 
EP 5 “พลาด (พลั้ง)” 
เป็นเรื่องของมาร์คผู้แบกความคาดหวังของพ่อที่จะให้เขาเดินตามความสำเร็จของพี่ชาย “เมฆ” ที่สามารถสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ในอัตราพิเศษของมหาวิทยาลัยได้ เขาจึงฝึกซ้อมเทควันโดเพื่อสอบขึ้นสายดำ และนำผลสายดำไปใช้ในการสอบอัตราพิเศษเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์เช่นกัน “ครูฮ้อบ” ครูสอนเทควันโดของมาร์คสนับสนุนมาร์คเต็มที่ และมอบหมายให้มาร์คเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในทีมนำนักกีฬาของยิมไปฝึกซ้อมที่ชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยเพื่อแข่งขัน เมฆ พี่ชายของมาร์คซึ่งเป็นสมาชิกชมรมเทควันโดมหาวิทยาลัย ได้มาช่วยแนะนำและประสานงาน
การไปครั้งนี้ทำให้มาร์คได้รู้จักกับ “คุกกี้” รุ่นพี่สาวสวยน่ารักผู้นำเชียร์ของคณะ คุกกี้สนใจมาร์คจึงหาโอกาสมาใกล้ชิดจนมาร์คตัดสินใจคบหากับคุกกี้ เมฆรู้เรื่องบางอย่างของคุกกี้จึงเตือนมาร์ค แต่มาร์คไม่สนใจ เขาหลงใหลคุกกี้จนขาดเรียนขาดซ้อมและสอบสายดำพลาด ทำให้พ่อแม่ผิดหวังกับเขามาก ภายหลังคุกกี้เริ่มตีตัวออกห่างทำให้มาร์คเสียใจมากจนแทบเสียคน ครอบครัวของเขาเข้ามาเป็นกำลังใจและพยายามช่วยเหลือให้เขามีโอกาสสอบสายดำแทนครั้งที่เขาพลาดไป มาร์คต้องกลับมาพยายามฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งดังเดิม ถึงแม้จะต้องใช้เวลากับการสอบสายดำอีกหลายครั้ง จากความผิดพลาดของเขา
มาร์คได้บทเรียนครั้งสำคัญของชีวิตที่เขาจะไม่ลืมเลือนว่า ความหลงจนขาดเหตุผลเป็นเหตุให้ละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบ ส่งผลเสียหายไม่เพียงแค่อนาคตตนเอง แต่รวมถึงความฝันของคนอันเป็นที่รัก และความพยายามที่ต้องมีมากขึ้นในการแก้ไขสิ่งที่พลาดมา เพราะการแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นยากกว่าการรักษาสิ่งที่มีอยู่มาก่อน  แต่สุดท้ายแล้วบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งคือครอบครัว  จะยืนอยู่เคียงข้างเขาเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
 
EP 6 “ปลอม (เปลือก)”
เป็นเรื่องราวของข้าวฟ่างที่มีพ่อแม่ชอบคุยโวโอ้อวดเกินจริง และสร้างภาพปลอมขึ้นมาปกปิดสถานะที่แท้จริง ข้าวฟ่างเป็นเด็กที่ไม่ได้อยู่ในโลกของความจริง ชอบเพ้อฝันไปเอง และมักจะเหม่อลอยเป็นประจำ แก๊งนางฟ้าไม่ชอบข้าวฟ่าง เพราะรู้ทันความโอ้อวดที่พ่อแม่ของข้าวฟ่างสร้างขึ้น จึงหาโอกาสแกล้งและพูดจากระทบกระเทียบเยาะเย้ยข้าวฟ่างอยู่ตลอด แม้ข้าวฟ่างจะพยายามหลบหลีก และเรื่องราวก็ใหญ่โตขึ้นเมื่อความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่พ่อแม่ข้าวฟ่างคุยโวโอ้อวดสร้างตัวตนปลอมเอาไว้นั้นถูกเปิดเผยบนโลกออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสรุมประณามจากนักเลงคีย์บอร์ด จนเป็นที่โจษจันในหมู่เพื่อนๆ ในโรงเรียน ข้าวฟ่างก็เป็นผู้ที่โดนพ่อแม่ของตนหลอกเรื่องสถานะทางบ้านเช่นกัน เมื่อเธอรู้ความจริงจากสิ่งที่ผู้อื่นกระชากหน้ากากของพ่อเธอออกมาเป็นเหตุให้เธอเสียใจและมีปากเสียงกับพ่อแม่
แก๊งนางฟ้าเมื่อยิ่งทราบเรื่องก็ยิ่งหาทางแกล้งข้าวฟ่างมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ข้าวฟ่างอับอายมาก โดยเฉพาะกับมาร์คซึ่งเธอไม่อยากให้รับรู้สถานะของเธอและเขาที่ต่างกันมากเช่นนี้ จึงยิ่งกลายเป็นคนเก็บตัวมากขึ้นไปอีก ครูไพรัชต้องเข้ามาช่วยระงับกระแสการโจมตีจากคนรอบข้างในโรงเรียน โดยให้ข้อคิดกับเพื่อนๆรอบตัวข้าวฟ่างและตัวเธอเองว่า
การสร้างตัวตนปลอมขึ้นมา ไม่ใช่คำตอบของการทำตนให้เป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง แต่การยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเองโดยปราศจากการเสแสร้งจะทำให้คนยอมรับและเข้าใจมากกว่า โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่เสพติดโลกออนไลน์และไหลตามกระแสข่าวโดยที่ไม่มีการกลั่นกรองและตรวจสอบก่อน เมื่อเกิดการเปิดประเด็นโจมตีใครคนใดคนหนึ่ง อย่าตกเป็นเครื่องมือของการทำร้ายกัน เพราะความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่กระแสโลกออนไลน์โจมตีก็ได้
 
EP 7 “เริ่ม (ชอบ) แอบ (รัก)”
เริ่ม (ชอบ) เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของพอร์ช น้ำอุ่น และอิฐ โดยที่น้ำอุ่นมีใจให้พอร์ช ส่วนพอร์ชไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อน้ำอุ่น ทำให้อิฐที่มีใจให้น้ำอุ่นไม่พอใจ จึงเกิดการผิดใจกันในความสัมพันธ์ สุดท้ายพอร์ชตกลงใจที่จะเริ่มคบกับน้ำอุ่น อิฐจึงยอมเป็นฝ่ายถอยออกมา เพื่อรักษามิตรภาพความเป็นเพื่อนของทั้งสามให้คงไว้
ในขณะเดียวกันข้าวฟ่างแอบชอบมาร์ค แต่ไม่กล้าแสดงความรู้สึกให้มาร์ครับรู้ จึงได้แต่พยายามเข้ามาใกล้และติดตามมาร์ค พฤติกรรมของข้าวฟ่างอยู่ในสายตาของแก๊งนางฟ้าตลอด ด้วยความไม่ชอบเป็นทุน แก๊งนางฟ้าจึงหาทางกลั่นแกล้งตลอดเวลา มาร์คพอจะรู้ว่าข้าวฟ่างมีใจให้เขา แต่เขาไม่คิดอะไรกับข้าวฟ่างนอกจากความเป็นเพื่อน ได้เห็นแก๊งนางฟ้ากลั่นแกล้งข้าวฟ่างก็รู้สึกสงสาร และช่วยเหลือข้าวฟ่างบ้างเป็นบางครั้ง แต่การช่วยเหลือของมาร์คทำให้ข้าวฟ่างคิดว่ามาร์คมีใจให้ จึงยิ่งทำตัวใกล้ชิดเขามากยิ่งขึ้น
การชอบใครสักคนเป็นความรู้สึกที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจในทางบวกได้ โดยเฉพาะความรักครั้งแรกมักจะเป็นสิ่งที่จดจำไม่ลืมไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ และบางครั้งการให้ความรักอาจจะไม่ได้ความรักตอบแทนกลับ แต่ได้เป็นมิตรภาพกลับมาซึ่งอาจจะยั่งยืนกว่าความรัก
 
EP 8 “เกือบ (สาย)”
เป็นเรื่องราวของอิฐที่เข้าไปอยู่วงจรของการทะเลาะวิวาทกับคนต่างสถาบัน เพราะเขาคบกับเหน่งซึ่งเป็นคนที่เคยมีข้อวิวาทกับกลุ่มนักเรียนต่างสถาบันมาก่อน และพยายามปลูกฝังความคิดเรื่องความรักสถาบันในทางผิดๆ ทำให้เกิดการยกพวกตีกันกับสถาบันอื่น จนเป็นเหตุให้เพื่อนสนิทในวงดนตรีของอิฐบาดเจ็บสาหัส อิฐถึงแม้จะไม่ใช่เป็นผู้ก่อเหตุแต่ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขาจึงถูกคาดโทษจากโรงเรียนจนเกือบถึงขั้นไล่ออกและถูกครูและเพื่อนบางคนต่อต้านมองในแง่ลบ และตัวเขาเองก็เสียใจมากที่เพื่อนเขาต้องอยู่ในสภาพนั้น
ครูไพรัชจึงเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ให้อิฐ โดยขอโรงเรียนให้โอกาสอิฐอีกครั้งหนึ่ง และให้แนวคิดเรื่องการรักสถาบันในทางที่ถูกต้องว่า ควรจะทำชื่อเสียงที่ดีให้สถาบัน ไม่ใช่การใช้กำลังมาตัดสินว่าสถาบันไหนดีกว่ากัน และแสดงให้อิฐเห็นว่าถ้าเขายังอยู่ในกลุ่มที่เรื่องวิวาทต่อไป ครั้งหน้าผู้บาดเจ็บหรือร้ายแรงกว่านั้นอาจเป็นตัวเขาก็ได้ และผู้ที่จะเสียใจมากที่สุดไม่ใช่สถาบันแต่เป็นครอบครัวและคนที่รักเขา 
อิฐได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงที่เกือบจะทำให้เขาเสียเพื่อน เสียอนาคตและชีวิต จึงถอนตัวออกมา และการที่ได้เห็นเพื่อนที่ไม่ได้โชคดีเช่นเขายังอยู่ในอาการโคม่า ซึ่งไม่สามารถรู้ได้ว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิมหรือไม่ ทำให้เขาจดจำไม่ลืมและไม่อยากที่จะกลับเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
 
EP 9 “ตาม (ฝัน)”
เป็นเรื่องของพอร์ชที่ฝันจะเข้าสู่วงการบันเทิง เขาได้รับการติดต่อจาก “บูม เอกสิทธิ์” นักปั้นดาราชื่อดังให้ไปเก็บตัวเข้าสู่สังกัด เขาได้พบกับ นนท์ นักแสดงในสังกัดที่เป็นเสมือนเพื่อนสนิทของเขาในวงการ ต่อมาพอร์ชก็พบว่า “บูม” เป็นนักปั้นเกย์สาวใหญ่ที่ชอบมีความสัมพันธ์กับเด็กในสังกัด พอร์ชมีความรู้สึกอึดอัดและเป็นกังวล แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ทำตามความต้องการของบูม แต่ใช้ความสามารถและขยันของตนเองแทน
ในขณะที่ “นนท์” เลือกทางที่ต้องใช้ตัวเองเข้าแลก และถูกป้อนงานเร็วและมากกว่าพอร์ช เป็นที่รู้จักในวงการ พอร์ชจึงออกมาจากสังกัดของบูม และพยายามหาทางพิสูจน์ความสามารถของตนจนเริ่มได้งาน และด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น ขยัน มีวินัย และอัธยาศัยที่ดี ทำให้เขาได้รับการยอมรับจากคนในวงการและเริ่มให้โอกาสเขาในการทำงาน ด้วยเงื่อนไขของการเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ของวงการ เขาจึงไม่สามารถเปิดเผยเรื่องของตนกับน้ำอุ่นได้ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคลอนแคลน และต้องเลือก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกอนาคตในวงการโดยต้องพักเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวไปก่อน
พอร์ชได้เรียนรู้ว่าหนทางการเดินในวงการบันเทิงไม่ได้งดงามเหมือนที่คนภายนอกมอง แต่เต็มไปด้วยขวากหนามและการเอาเปรียบทั้งร่างกายและจิตใจจากผู้ปั้นบางคน แต่จากความมุ่งมั่น ความพยายามไม่ท้อถอยแม้จะผิดหวังหลายครั้ง และการเชื่อในความสามารถของตน ทำให้เขาประสบผลสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ รวมทั้งการที่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่ออนาคตของตน แม้จะทำให้เขาต้องเสียใจก็ตาม เป็นสิ่งที่เขาจดจำอย่างไม่ลืม
 
 
EP 10 “ลอง (ของ)”
เป็นเรื่องของตัวเอกทั้งห้า ซึ่งเข้าไปลองดีในบ้านเช่าหลังหนึ่ง เริ่มจากที่เหน่งถูกไล่ออกจากบ้านเช่าหลังก่อน แล้วจึงมาเช่าบ้านหลังใหม่ด้วยราคาที่ถูกมาก แต่เมื่อเหน่งและเพื่อนๆเข้าไปอยู่แล้ว ก็รู้สึกมีอะไรแปลกๆ จากห้องหนึ่งที่ถูกปิดตายและเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เปิดใช้ จนเพื่อนๆพากันย้ายหนีออกไปหมด เหลือเพียงเหน่ง ด้วยความที่เสียดายเงินที่จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปแล้ว จึงต้องยอมทนอยู่ก่อน เขาชวนอิฐมาอยู่เป็นเพื่อนระยะหนึ่งจนกว่าจะหาเพื่อนใหม่มาอยู่ด้วยได้ แต่ด้วยพฤติกรรมของเหน่งที่ผ่านมา ทำให้อิฐและเพื่อนๆไม่เชื่อ จึงได้คิดที่จะลองเข้าไปพิสูจน์ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นอย่างไร 
อิฐ พอร์ช มาร์ค น้ำอุ่น และข้าวฟ่าง เข้าไปหาความจริง แต่ด้วยความคึกคะนอง สามหนุ่มจึงได้ท้าทายและแสดงพฤติกรรมลบหลู่ไม่เหมาะสม ด้วยการเข้าไปในห้องนั้น แม้จะได้รับคำเตือนจากผู้ใหญ่ในพื้นที่ และเจ้าของบ้านว่าห้องนั้นเป็นห้องของลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยความที่ยังทำใจไม่ได้จึงคงสภาพห้องเหมือนเดิมและปิดตายไว้โดยไม่ได้บูรณะ จนกระทั่งเจอสิ่งที่อธิบายไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร เป็นเหตุบังเอิญหรือเกิดจากสิ่งที่มองไม่เห็น จึงไปปรึกษาผู้ใหญ่และครูบาอาจารย์ เพื่อแก้ไขสิ่งที่พวกตนกระทำลงไป
พวกเขาทั้งห้าได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงว่าควรรู้จักเคารพในสถานที่ การมีสัมมาคาวระต่อสถานที่ และสิ่งที่มองไม่เห็น รวมทั้งรับฟังคำเตือนและแนะนำจากผู้ใหญ่ ถึงแม้จะไม่ปักใจเชื่อในสิ่งนั้นๆแต่ก็ไม่ควรแสดงความลบหลู่ในความเชื่อของผู้อื่นและสิ่งใดๆ เด็กทั้งห้าได้สำนึกและจดจำเรื่องราวในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ไม่ลืม
 
EP 11 “ให้ (เพื่อน)”
เป็นเรื่องของน้ำอุ่น ที่ยอมทิ้งความฝันส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและการหยิบยื่นน้ำใจจากมิตรภาพของเพื่อนๆ  อะตอมลูกชายของน้ากวางต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากเพื่อการผ่าตัด น้ำอุ่นที่ตั้งใจทำงานพิเศษที่ร้านเพิ่มขึ้นเพื่อสะสมเงินไว้เรียนต่อในสถาบันที่ใฝ่ฝัน ตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งหมดมาช่วยสมทบเป็นค่ารักษาพยาบาล เมื่อเพื่อนรู้ข่าวของน้ำอุ่นก็เข้ามาร่วมช่วยเหลือรวบรวมเป็นกองทุนผ่านครูไพรัช โดย อิฐไปร้องเพลงเล่นดนตรีเปิดหมวกตามสถานที่ต่างๆ พอร์ชนำเงินบางส่วนจากการทำงานมาให้  เพื่อนคนอื่นๆในห้องก็รวมตัวกันช่วยสมทบค่าใช้จ่าย
 น้ำอุ่นรู้สึกขอบคุณเพื่อนในห้องทุกคนที่ช่วยเหลือเธอในยามจำเป็น แม้จะต้องตัดสินใจที่จะยกเลิกความตั้งใจในการศึกษาต่อในสถาบันที่ใฝ่ฝัน เพื่อช่วยให้ชีวิตแก่อะตอม ต่อมาครูไพรัชเมื่อทราบว่าน้ำอุ่นต้องละทิ้งความฝันของตนเพื่อช่วยชีวิตของอะตอม จึงได้ช่วยหาทุนการศึกษาเป็นกรณีพิเศษจากสถาบันที่น้ำอุ่นอยากเข้าศึกษาต่อ ทำให้น้ำอุ่นจดจำอย่างไม่ลืมว่าความดีที่เธอทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนตลอดมานั้น จะได้รับผลที่ดีกลับมาอย่างแน่นอน
 
EP 12 “ลวง (ภาพ)” 
เป็นเรื่องของข้าวฟ่าง ที่พยายามสร้างจินตนาการของตัวเองจนเสมือนจริง 
ถึงแม้จะโดนเปิดเผยสถานะของตนในครั้งก่อน แต่พ่อแม่ของข้าวฟ่างก็ยังคงแสดงวิถีชีวิตที่โอ้อวดเหมือนเดิม โดยการเปลี่ยนสังคมและเพื่อนที่คบเพื่อเอาตัวรอด ขณะที่ข้าวฟ่างไม่สามารถเปลี่ยนสังคมของตัวเองได้ ข้าวฟ่างเริ่มทำตัวเข้ามาในโลกของมาร์คมากขึ้นเพื่อแข่งกับเกรซ รวมทั้งมีการทะเลาะเบาะแว้งกับแก๊งนางฟ้าอยู่เป็นประจำและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการขู่อาฆาต จนข้าวฟ่างเริ่มหวาดกลัว และคิดว่าเกรซส่งผู้ชายคนหนึ่งมาทำร้ายเธอ ทำให้เธอหวาดผวาจนคลุ้มคลั่งคุมสติไม่อยู่ จนครูต้องเข้ามาดูแลและพบความจริงว่าไม่มีเกรซในแก๊งนางฟ้า เกรซเป็นคนที่ข้าวฟ่างสร้างขึ้นมาเองด้วยจินตนาการที่ข้าวฟ่างอยากเป็นเกรซ 
พ่อแม่ของข้าวฟ่างมารับตัวเธอเพื่อไปรักษาอาการทางจิต ที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูของตัวเองที่ไม่เคยอยู่บนพื้นฐานของความจริง ในขณะที่พ่อแม่ไม่สนใจว่าสังคมรอบข้างจะคิดอย่างไรกับตนเนื่องจากมีทางออกโดยการเปลี่ยนสังคมที่คบไปเรื่อยๆ แต่ตัวข้าวฟ่างไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เธอจึงเป็นผู้ที่ต้องรับในการกระทำของพ่อแม่
เพื่อนๆต่างจดจำไม่ลืมและรู้สึกผิดถึงการที่ละเลยความรู้สึกของข้าวฟ่างด้วยไม่รู้พื้นฐานการปลูกฝังในครอบครัว จนทำให้การกระทำตนส่งผลกระทบทางจิตใจของเพื่อนให้ทวีความรุนแรงขึ้นจนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทุกคนได้เรียนรู้ว่าไม่ควรตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นภายนอก แต่ควรศึกษาให้เข้าใจถึงจิตใจและความจำเป็นของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน
 
 
EP 13 “ครั้งนั้นไม่ลืม”
เป็นเรื่องของพอร์ช อิฐ น้ำอุ่น และมาร์ค และครอบครัวในวันจบการศึกษา 
ด้วยประสบการณ์ที่ทั้งหมดได้ผ่านและเรียนรู้มาพร้อมๆกับครอบครัวของพวกเขา ทำให้พวกเขามีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น 
พอร์ช ได้ตัดสินใจเลือกทางเดินตามความฝันของเขาเองจากความสามารถและความพยายาม โดยไม่ต้องทำตามกรอบที่พ่อวางไว้ 
อิฐ มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนรอบข้างมากขึ้น และรู้จักเลือกสังคมที่ดีให้กับตนเอง 
น้ำอุ่นได้เรียนรู้ว่าความดีที่กระทำนั้น ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นในขั้นต้น แต่สักวันหนึ่งความดีนั้นก็จะตอบแทนกลับมา และมิตรภาพของเพื่อนที่ช่วยเหลือในยามที่ต้องการนั้นมีคุณค่า
มาร์ค ได้สมหวังในเป้าหมายที่เขาวางไว้ในที่สุด สามารถสอบสายดำผ่านหลังจากพลาดมาหลายครั้ง ได้เรียนรู้เพื่อเดินผ่านอุปสรรคทางความคิดและเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีครอบครัวเป็นกำลังใจที่สำคัญ
ส่วนข้าวฟ่างไม่สามารถจบการศึกษาในปีนี้ได้ เพราะต้องรอดูความก้าวหน้าในการรักษาอาการทางจิต และคาดหวังว่าจะมีอาการดีขึ้นและสามารถกลับมาศึกษาต่อให้จบการศึกษาได้ในปีต่อไป พ่อแม่ของเธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงโดยไม่มีการสร้างภาพต่อไป
ครอบครัวของแต่ละคน เปิดใจยอมรับความเป็นตัวตนของพวกเขามากขึ้น เข้าใจพวกเขาในการกระทำและทางเลือกของพวกเขา โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทุกคนจะไม่ลืมก็คือครูไพรัช ผู้คอยดูแล เข้าใจ และช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายมาด้วยดี
 
ออกอากาศตอนแรก วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20.15-21.00 น. (ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 20.15-21.00 น.) ทางช่อง SD28
 
 
รายชื่อนักแสดง
 
พีรวิชญ์  อรรถชิตสถาพร (มีน) รับบทเป็น พอร์ช
 
อภิชญา ทองคำ (ลิลลี่) รับบทเป็น น้ำอุ่น
 
ชินพรรธ์ กิตติชัยวรางค์กูร (ฟลุท) รับบทเป็น อิฐ
 
จิรัชพงศ์  ศรีแสง (ฟอร์ซ) รับบทเป็น มาร์ค
 
ณรัชต์หทัย ปวริศร์วรกุล (แจน) รับบทเป็น ข้าวฟ่าง
 
อภิสรา เกิดชูชื่น  (ดาว) รับบทเป็น น้ากวาง(น้าน้ำอุ่น)
 
ปุญยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ (ปอ) รับบทเป็น โชติกา(แม่ข้าวฟ่าง)
 
ปริศนา กลํ่าพินิจ (ปู) รับบทเป็น นุชนารถ(แม่อิฐ)
 
ณัฐวัฒน์ เหลืองบริบูรณ์ รับบทเป็น ชัยวุฒิ(พ่อข้าวฟ่าง)
 
ตรีพล  พรมสุวรรณ (ต๊อป) รับบทเป็น ครูไพรัช
 
ทะเล  สงวนดีกุล (เล) รับบทเป็น เต้ย
 
ณัทชาภา  ผลบูรณ์ (ปุยฝ้าย) รับบทเป็น อุ้มมี่
 
มาริสา  คิทเทลเบอร์เกอร์ (มาสา) รับบทเป็น โซดา
 
โจแอนนา  เรอเฟ็ท (อันนา) รับบทเป็น เกรซ
 
พชรรัชต์  วัฒนาวงศ์ (แอล) รับบทเป็น จิลล์
 
ณฐมณฑ์  งามกนก (เจน) รับบทเป็น คุกกี้
 
ธีร  มหาอัฑฒ์สกุล (เหน่ง) รับบทเป็น เหน่ง
 
พงศธร  ผดุงเกียรติวงศ์ (กรีน) รับบทเป็น เมฆ
 
ศิวกร  หอมกระจาย (เกียร์) รับบทเป็น นนท์
 
ชมภาพ > คลิกที่รูป <
 
 




GAMES & PRIZES
กิจกรรมทั้งหมด