MENU

เรื่องย่อละคร
เรื่องย่อละคร

บัลลังก์ดอกไม้

Jan 31, 2017 / ดู 466 ครั้ง

       บทประพันธ์ : คีตา
       บทโทรทัศน์ : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
       แนวละคร : โรแมนติก คอมมาดี้
       กำกับการแสดง : เจน - เจนไวยย์ ทองดีนอก
       ผลิต : บริษัท เวฟทีวี จำกัด
       ควบคุมการผลิต : ตู่ - ปิยวดี มาลีนนท์
             
       พุดชมพู ฤาชุตา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกไม้เล็กๆ นาม “อุ่นรัก” ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจและร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู เข้ามาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดก เงื่อนไขพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และ ทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้านแทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแลและเบรคเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิดและรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหาซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท
       
       เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วงจึงได้มาทำงานกับหนุ่มตี๋ผู้เคร่งเครียดกับงานและจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่
       
       พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์และทิพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้านและอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำและเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพูจนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมืด เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพูและแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียกว่า “ยัยพุดเน่า” นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดคาด เมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเจตนาของการันต์
       
       อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฏบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาวๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารายงานตัวอยู่เสมอ พุดชมพูจึงโต้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่างโซ่ แส้ กุญแจมือมาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามาต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถาร เหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อดักจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก
       
       ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้นเมื่ออนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดผึง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่นและประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพูแต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติ ความคิดบ้าๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล
       
       การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียดและกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์ทลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึกๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัทจนไม่มีเวลาให้หลานชายกับแม่เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถและใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่า หากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปและดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ
       
       สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพูที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคใดๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวงและห่วงเมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่าย จิตรา เด็กสาวรับใช้ภายในบ้านก็แอบกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์และแอบจับคู่จิ้นให้กับนายสาวของเธอ
       
       อนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะและตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอ พุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใครๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใครๆคิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
       
       นอกจากพุดชมพูและจิระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดูและเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดี วันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหล่มโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลักและลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าและสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเค้าก็สะท้อนออกมาเมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน
       
       การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหว่างเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของและถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของและหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ จากภายใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรง อนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใครๆ มักมองว่าเรื่องเลวๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเอง พุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้และคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชายหนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง
       
       ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้งแต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่และเริ่มเปิดฉากระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นพลขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งแกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจ ภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจากพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องให้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่
       
       เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้มลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนาวินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องสาละวนจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้าน ลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน
       
       ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อยๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถและชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์ แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขาเมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุข การันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้น ด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อีกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ
       
       คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระบอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรือนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรือนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันที ระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึง พุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือนและต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลาย เธอเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาลและคอยดูแลเธอไม่ห่าง จิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับ จิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึกและบอกจิระว่า เธอเชื่อใจอนาวินทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้น ทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้องและบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จิระช่วยลากวาธิณีออกไปและเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึกๆ แล้ว เขาก็เตือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน
       
       อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหามาสร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงาน ป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็กๆ น้อยๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิตเพราะฝีมือโจรที่บุกเข้าบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมแจ็กเก็ตและหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้าและออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัตวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนาวินทร์ว่า เขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย
       
       หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนาวินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเค้าอยู่
       
       พุดชมพูเรียกทิพนาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธและส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบและช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์ จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน
       
       พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม
       
 
       ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใดๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพูและปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้
       
       หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหาอนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชวกรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูลว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัทและส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนาวินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขา ว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้องและจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา การันต์กล่าวอาฆาตอนาวินทร์ก่อนจะถูกตำรวจลากตัวไป
       
       หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันตัวออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อนและจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกันเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศและต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรือนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปาก แต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์
       
       หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่า ตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนาวินทร์ต้องลำบากใจกับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ
       
       เดือนต่อมา ช่อม่วงกับทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน มาชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพคเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอดตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์และดันถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป
       
       หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราบอกให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้านก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพูอย่างที่พ่อเธอฝันไว้แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็กๆ เขียนว่า “แต่งงานกันนะ” อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน
       
       คาแรคเตอร์ตัวละคร 
       
       อนาวินทร์ (วิน)
       หนุ่มหล่อ ผิวขาว คมคาย วัย 29 ปี ทายาทคนเดียวของตระกูลสัตยารักษ์ เป็นคนเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ติดหรู ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก ไม่คิดถึงใจใครนอกจากตัวเอง ใจร้อน อารมณ์ร้าย แพ้ไม่เป็น หยิ่งทะนง ขวางโลก โผงผาง แต่ทั้งหมดนี้ มาจากการขาดความอบอุ่น ความรักและขาดคน เอาใจใส่ดูแล เนื่องจากแม่ผู้ให้กำเนิดเสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา พ่อก็มาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้เหลือ แต่ปู่เล็ก ที่แม้จะรักเขาแต่ก็ทำแต่งานจนไม่มีเวลาเอาใจใส่หลานชาย กับทิพนาถ แม่เลี้ยงที่รักเงินมากกว่าลูก อนาวินทร์จึงเป็นคนขี้เหงา ขาดความรัก และโหยหาความอบอุ่น ทำให้ชอบจัดปาร์ตี้เลี้ยงเพื่อนฝูง แม้ภายนอก อนาวินทร์จะดูแข็งกร้าวและร้ายกาจ แต่ลึก ๆ แล้ว เขาเป็นคนจิตใจดีและอ่อนโยน เพียงแต่พูดไม่เป็นและ แสดงออกไม่เก่ง คนเดียวที่รู้ถึงเรื่องนี้ก็คือป้านุ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูลสัตยารักษ์ ที่เลี้ยงดูอนาวินทร์มา ตั้งแต่เล็ก นอกจากนี้อนาวินทร์ยังไม่ใช่คนเหยาะแหยะ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่คนภายนอกมอง ตรงกันข้าม เขาเป็นคนทำอะไรจริงจัง เป็นลูกผู้ชายที่รักษาคำพูด ภายใต้บุคลิกที่ดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เขามีความกล้าและ ฉลาดมีไหวพริบเหมาะที่จะเป็นผู้นำซ่อนอยู่
       
       พุดชมพู (พุด)
       สาวห้าวเจ้าของไร่อุ่นรัก วัยประมาณ 27 ปี ลูกสาวคนเดียวของบ้านที่ต้องมารับหน้าที่ดูแลไร่ดอก เบญจมาศแทนพ่อ ซึ่งเป็นอดีตทนายความที่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุกระทันหัน พุดชมพูต้องทิ้งความฝันที่จะ เรียนวิศวกรรมศาสตร์ และหันมาเลือกเรียนเกษตรศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในโคราชบ้านเกิด เพื่อกอบกู้ฟื้นฟู ไร่ดอกไม้ของพ่อ พร้อมทั้งดูแลแม่อย่างภัทราที่สุขภาพไม่แข็งแรง พุดชมพูเป็นคนจิตใจดี พูดตรง มีความ รับผิดชอบสูง มีความเข้มแข็ง เป็นผู้นำ แต่ไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรผ่านเข้ามาเธอจะ ผ่านมันไปได้เสมอ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีแม่ที่อารมณ์ดี แถมใจดีและอ่อนโยน คอยดูแลและให้กำลังใจ ทำให้ พุดชมพูเป็นคนมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ เวลาอารมณ์ดี พุดชมพูเป็นคนขี้เล่น ชอบแกล้งชอบแหย่คนอื่น แต่อีก ด้านหนึ่งพุดชมพูเป็นคนใจร้อน ไม่กลัวใคร รักศักดิ์ศรีชนิดไม่ยอมให้ใครมาหยาม แต่ลึก ๆ แล้ว พุดชมพูเป็น คนแข็งนอกอ่อนใน เพราะเธอใจดีเหมือนแม่ เธอมีโรคประจำตัว คือ ไมเกรน และมีจุดอ่อน คือ กลัวความมืด เกิดจากสมัยเรียนเคยทำตัวเกเรเป็นหัวโจก จนวันนึงถูกคู่อริขังไว้ในห้องเก็บของที่โรงเรียน ในคืนที่บังเอิญเกิด เหตุไฟไหม้ โชคดีที่มีคนได้ยินเสียงและพังประตูช่วยเธอออกมาได้ หลังเหตุการณ์นั้น คำพูดและน้ำตาของพ่อ ทำให้พุดชมพูกลับตัวใหม่และนำคำที่พ่อสอนให้เอาชนะใจคนอื่นด้วยความจริงใจมาเตือนใจตัวเอง
       
       ทรงรบ
       ทนายหนุ่มผู้รับหน้าที่ทนายประจำตระกูลสัตยารักษ์ต่อจากพ่อทรงรบเป็นคนจริงจังกับชีวิต และการ ทำงานเรียกได้ว่าเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสทรงรบมีบุคลิกที่ดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือแม้จะดูเคร่งเครียดอยู่เสมอแต่ทรงรบก็เป็นคนใจดีสุภาพเขารักความยุติธรรมและเกลียดความไม่ถูกต้องแต่ขณะเดียวกันก็เป็นคน ประนีประนอมทรงรบเป็นคนเก่งมีความรู้รอบตัวสูงสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆได้ราวกับเนรมิตจนพุดชมพู ตั้งฉายาให้เป็น “โนบิตะทายาทโดราเอมอน” ด้วยความที่เป็นหนุ่มตี๋ใส่แว่นผู้เนรมิตทุกอย่างได้ราวกับ มีของวิเศษหน้าตาและรูปร่างของทรงรบอยู่ในเกณฑ์ดีแบบที่หากตัดความเคร่งเครียดจริงจังเสียจนทื่อออกไปทรงรบจะเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆได้ไม่ยาก
       
       ช่อม่วง
       หญิงสาวร่างผอมบาง ผิวขาว หนอนหนังสือสวมแว่นตาและหน้าจืดไร้เครื่องสำอางค์ เพื่อนสนิทของ พุดชมพู ช่อม่วงเป็นสาวนักการบัญชีที่เก่งกาจ แต่ไม่ยอมทำงานประจำ เธอรักการอ่านนิยายและชอบดูละคร เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะไปไหนช่อม่วงต้องมีหนังสือนิยายติดมือไปด้วยเสมอ เธอเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ชอบใช้ชีวิตแบบอิสระ แต่ใช่ว่าจะไร้ระเบียบ ดูภายนอกแล้ว ช่อม่วงเหมือนคนอยู่ในโลกเพ้อฝันของนิยาย แต่จริงๆ แล้ว เธอเป็นคนช่างสังเกตและอ่านคนได้ขาดแม้จะรู้จักกันไม่นาน
       
       การันต์
       เพื่อนสนิทและคนที่อนาวินทร์เชื่อใจที่สุด การันต์เป็นเด็กกำพร้าที่ปู่ของอนาวินทร์เก็บมาเลี้ยง ตั้งแต่ อายุสิบสอง เพื่อให้เป็นเพื่อนและตัวอย่างที่ดีให้กับหลานชาย เพราะการันต์เป็นเด็กดีและเรียนเก่ง แม้ชีวิต ความเป็นอยู่ในบ้านสัตยารักษ์จะดีมาก เมื่อเทียบกับการเป็นเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ แต่การมาอยู่กับ อนาวินทร์ ทำให้การันต์รู้สึกไม่มีตัวตน การันต์เป็นคนทะเยอทะยาน ฉลาด ทำงานเก่งและขยัน แต่ทุกอย่างที่ เขาทำกลับไม่มีความหมาย เมื่อเทียบกับอนาวินทร์ที่อยู่ในตำแหน่งทายาทคนเดียวของสัตยารักษ์ ขณะที่ อนาวินทร์ได้ทุกอย่างและอยู่ในสายตาของทุกคน การันต์รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบที่ไม่มีใครให้คุณค่า เรื่องนี้เป็นปมสำคัญในใจที่ทำให้เขาอิจฉาอนาวินทร์จนถึงขั้นเกลียด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอนาวินทร์ การันต์ก็ยัง ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี เพราะเขารู้ว่าการเป็นเพื่อนกับทายาทคนเดียวของสัตยารักษ์จะนำผลประโยชน์มาให้มากมาย การันต์เป็นคนรูปร่าง หน้าตาดี ยิ้มง่าย แต่แฝงไว้ด้วยใจที่อิจฉาริษยา เจ้าคิดเจ้าแค้นและเจ้าเล่ห์
       
       จิระ (โจ้)
       ลูกชายลุงหมายรุ่นพี่และเพื่อนสนิทของพุดชมพูเลยเป็นแขกประจำของไร่อุ่นรักจิระเป็นคนง่าย ๆติดดินตรงไปตรงมายิ้มเก่งจริงใจช่างคุยชอบมาอ้อนแม่ของพุดชมพูขอขนมกินบ่อย ๆพ่อของจิระ อยากให้เขาเข้ารับราชการแต่จิระรักงานทำไร่ทำสวนมากกว่าจึงหันไปเรียนเกษตรศาสตร์แทนรัฐศาสตร์เขายังไม่มีงานการที่เป็นหลักแหล่งทำจึงมาช่วยพุดชมพูดูแลไร่ระหว่างรอการสอบบรรจุเป็นข้าราชการตาม ที่พ่อของเขาหวังไว้จิระแอบชอบพุดชมพูตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกันเขาพยายามบอกชอบพุดชมพูตอนจบ มัธยมปลายแต่ถูกหญิงสาวเบรคไว้ก่อนที่เขาจะพูดจบจิระรู้ว่าพุดชมพูคิดกับเขาแค่เพื่อนแต่ก็ไม่อาจตัดใจ ได้อย่างเด็ดขาด
       
       วาธิณี (หวาย)
       สาวไฮโซที่อยากเป็นมากกว่าคู่ควงชั่วคราวของอนาวินทร์วาธิณีเป็นคนสวย รูปร่างดี เซ็กซี่ ติดหรู รักความสบาย วัตถุนิยม ดูเหมือนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนเลือกงาน จะทุ่มเทก็เฉพาะ สิ่งที่ตัวเองเลือกจะทำเท่านั้น ไม่ใช่คนใจคอโหดร้ายอะไรนัก เธอแค่ไม่ยอมคน ใจร้อน วู่วาม ทำอะไรไม่คิดหน้า คิดหลังให้ดี วาธิณีรู้จักอนาวินทร์ตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศ เธอคบอนาวินทร์เพราะคุณสมบัติที่เพียบพร้อม ของเขา ยิ่งสถานะการเงินของครอบครัวเธอไม่สู้ดีนัก ฐานะของตระกูลสัตยารักษ์จึงเป็นเครื่องดึงดูดใจให้วาธิณี พยายามทุกวิถีทางที่จะชนะใจอนาวินทร์ให้ได้
       
       ทิพนาถ
       อดีตพยาบาลผู้มาดูแลเด็กชายอนาวินทร์แทนแม่แท้ๆของเขาที่เสียชีวิตหลังคลอดเขาออกมาจนกระทั่ง
       กลายเป็นแม่เลี้ยงของอนาวินทร์เมื่อเขาอายุได้หนึ่งขวบทิพนาถเป็นคนสวยมีจริตมารยารู้จักใช้เสน่ห์ของผู้หญิงเป็นคนรักความสบายเอาแต่ใจตัวเองเห็นเงินเป็นพระเจ้าฟุ้งเฟ้อเธอดีใจที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกบ้านสัตยารักษ์เพราะมันหมายถึงว่าเธอจะสบายไปตลอดชีวิตหลังจากอาทิตย์พ่อของอนาวินทร์เสียชีวิตทิพนาถไม่ได้แต่งงาน ใหม่เพราะต้องการรักษาสถานะคุณนายหญิงของตระกูลไว้เธอหันไปจ่ายเงินซื้อความสุขทางเพศจากผู้ชายรุ่นลูกหลังจากที่อาทิตย์ปู่ของอนาวินทร์เสียชีวิตทิพนาถก็คบหาชวกรเพื่อนสมัยเรียนของอนาวินทร์อย่างออกหน้าชวกรทำให้ทิพนาถติดการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นและร่วมกันยักยอกเงินจากบริษัทสัตยาอหังสาเพื่อมาปลดหนี้
       
       ชวกร
       พนักงานฝ่ายจัดซื้อของบริษัทสัตยาอหังสาลูกน้องคนสนิทของการันต์ชวกรเป็นคนรักสบายเงินสำคัญ กว่าศักดิ์ศรีติดการพนันเจ้าเล่ห์ช่างเอาใจรู้วิธีเอาชนะใจผู้หญิงชวกรใช้เสน่ห์ของตนเอาชนะทั้งใจ และเงิน ของทิพนาถความสะดวกสบายที่ทิพนาถประเคนให้ทำให้ชวกรคบหากับทิพนาถเรื่อยมาได้เกือบสองปีแล้ว
       
       ภัทรา
       แม่ของพุดชมพู เป็นคนมองโลกในแง่ดีและอารมณ์ดีอยู่เสมอ ภัทราอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเดียว ภายในไร่อุ่นรักทำขนมไทยขายส่งหารายได้ภัทราเป็นคนใจดีอบอุ่นและอ่อนโยนเป็นคนมีเหตุมีผลเข้าใจโลกและมองคนในแง่ดี
       
       จิตรา
       น้องสาวแท้ ๆของภัทราและเป็นน้าสาวของพุดดำรงตนเป็นโสดอย่างไม่ตั้งใจเลยอาศัยอยู่กับภัทรา และพุดชมพูที่ไร่อุ่นรักช่วยงานภัทราทำขนมขายเป็นคนซื่อจิตใจดีชอบเงินแต่ไม่เคยคิดโกงใครความสุขที่สุดของแต่ละวันคือการนั่งดูละครหลังข่าว
       
       ป้านุ่ม
       คนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลสัตยารักษ์ ผู้เลี้ยงดูอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก รักอนาวินทร์เหมือนลูก ป้านุ่มเป็นคนใจดี ใจเย็น รักความถูกต้อง ซื่อสัตย์ กตัญญูกับบ้านสัตยารักษ์
       
       ทรงศักดิ์
       พ่อของทรงรบอดีตทนายประจำตระกูลสัตยารักษ์มีความกตัญญูต่อปู่เล็กเพราะเป็นผู้ให้โอกาส เมื่อตอนเรียนจบใหม่ ๆได้มาทำงานเป็นทนายประจำตระกูลและบริษัทสัตยาอสังหาเมื่อสุขภาพเริ่มแย่ลง ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้ทรงศักดิ์ตัดสินใจวางมือและส่งต่องานให้กับทรงรบลูกชายที่เรียนกฎหมายตามพ่อเป็นคนทุ่มเทและจริงจังกับการทำงานซึ่งส่งต่อลักษณะนี้มาถึงลูกชายแบบเต็มๆ
       
       วิภา
       แม่ของทรงรบนักเขียนนิยายแนวรักโรแมนติคชื่อดังเจ้าของนามปากกา “ว.พรรณราย” เป็นลูกสาวอดีต เอกอัครราชทูตไทยประจำอังกฤษเป็นคนอ่อนโยนหวานๆใจเย็นแต่งตัวสวยอยู่เสมอมีวิธีมองโลกอย่างฉลาด เพราะชอบอ่านหนังสือมากมายตั้งแต่เด็ก
       
       ลุงสมหมาย
       พ่อของโจ้เป็นผู้นำเรื่องการปลูกผักผลไม้ปลอดสารพิษลุงหมายรักกล้วยไม้เลยจัดตั้งชมรมอนุรักษ์ กล้วยไม้ป่าขึ้นในหมู่บ้านโดยมีตัวเองเป็นหัวหน้าเป็นคนใจดีซื่อ ๆรักกล้วยไม้เป็นชีวิตเอ็นดูพุดชมพูแถมดูจะเข้าอกเข้าใจหนุ่มไฮโซเลือดร้อนอย่างอนาวินทร์เป็นพิเศษ
       
       วันชัย
       พ่อของหวาย เจ้าสัวผู้เป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ เป็นคนดุแต่ด้วยความที่รัก ลูกสาวมากเลยตามใจจนหวายเคยตัวธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางกำลังประสบปัญหาเลยต้องมองหาช่องทางอื่น ๆและเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตามใจลูกสาวมากไปแล้ว
       
       นิลลดา
       ลูกสาวคนเดียวของข้าราชการชั้นสูงในกระทรวงต่างประเทศ เป็นสาวสวย มั่นใจในตัวเอง มีโลกส่วน ตัวสูง เข้าถึงยาก บางครั้งอาจดูเหมือนเป็นคนโรแมนติกสุดขั้ว แต่ในบางทีก็กลับทำตัวเย็นชาได้ราวกับเป็นคน ละคน เป็นศิลปิน มีทักษะการวาดรูปที่เยี่ยมยอด แต่ก็ใฝ่เรียนและมีสติปัญญาดี สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก ด้านศิลปะ จากมหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศส รักอิสระและชอบที่จะแสวงหาสิ่งเร้าใจใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เบื่อง่าย ชอบความท้าทาย
 
รายชื่อนักแสดง > คลิกที่รูป <
 




GAMES & PRIZES
กิจกรรมทั้งหมด