MENU

เรื่องย่อละคร
เรื่องย่อละคร

เพชรกลางไฟ

Jan 11, 2017 / ดู 792 ครั้ง

 
 
บทประพันธ์ ว.วินิจฉัยกุล
บทโทรทัศน์ เอกลิขิต
กำกับการแสดง อดุลย์  บุญบุตร
ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ออกอากาศ ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.20 – 22.50 น. ทางช่อง 3 (ออริจินอล) และช่อง 33HD
 

 
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ เสด็จในกรมฯ ผู้เป็นพระบิดา หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี ก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของ หม่อมต่วน หม่อมใหญ่ของเสด็จพ่อ เพราะหม่อมต่วนเกลียดชัง หม่อมสลวย หม่อมแม่ของอุรวศี ที่มาแย่งชิงความรักของเสด็จฯ ไปจากเธอ แม้ว่าเสด็จฯ จะมี หม่อมเรี่ยม เป็นหม่อมอีกคน ก็ไม่ถูกชิงชังเท่าหม่อมสลวย 
 
อุรวศีเป็นห่วงว่าห้องทรงพระอักษรของเสด็จพ่อจะไม่มีคนดูแลความสะอาด จึงขัดคำสั่งของหม่อมต่วน แอบเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่กลับพบว่าหม่อมต่วนให้คนมาเก็บหนังสือในห้องทั้งหมด ถวายแด่เสด็จเสนาบดี โดยมี อนล เป็นคนที่มาขนย้ายหนังสือตามคำสั่ง อนลเข้าใจว่าอุรวศีเป็นนางข้าหลวงในวัง จึงไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์ด้วย อุรวศีไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น และขอหนังสือของเสด็จฯ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกไม่กี่เล่ม อนลพยายามจะสานสัมพันธ์ต่อด้วยการชวนให้อุรวศีมาดูเครื่องเรือนที่ต้องการเก็บไว้ แต่อุรวศีตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปที่ตำหนักใหญ่อีก เมื่ออนลรู้ความจริงว่าอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง จึงฝากจดหมายขอประทานอภัยมากับ จัน คนสนิทของอุรวศี อุรวศีรับจดหมายไว้ แต่ไม่คิดจะตอบเพราะจะไม่เหมาะสมหากถูกจับได้ว่าส่งจดหมายติดต่อกับชายหนุ่ม
 
หม่อมสลวยพาอุรวศีไปฝากไว้ที่ตำหนักของเสด็จพระองค์หญิงฯ ซึ่งเป็นเสด็จป้าของอุรวศี โดยให้เหตุผลว่าจะมีคนงานมาก่อสร้างกำแพงวัง กั้นระหว่างตำหนักใหญ่ของหม่อมต่วนกับเรือนที่เสด็จพ่อประทานให้หม่อมสลวยกับอุรวศี อีกทั้งหม่อมสลวยเองก็จะไม่อยู่สักพัก จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น ในตำหนักของเสด็จป้า อุรวศีต้องเผชิญหน้ากับพระธิดาของเสด็จพ่อกับหม่อมต่วนอีกสามองค์ คือ หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา หม่อมเจ้าหญิงอทริกา และ หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี ในบรรดาเจ้าพี่หญิงทั้งสาม ท่านหญิงอรุณวาสีเป็นคนที่อุปนิสัยดีที่สุด ส่วนท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกานั้น คอยจ้องแต่จะหาเรื่องอุรวศีอยู่เป็นประจำ แต่อุรวศีก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยพระเมตตาของเสด็จป้า
 
 อุรวศีคอยให้หม่อมสลวยมารับออกไปจากตำหนัก แต่หม่อมสลวยก็หายไป อุรวศีจึงขอประทานอนุญาตจากเสด็จป้ากลับไปเยี่ยมบ้าน และได้รู้ความจริงจาก จางวางสม และ แสง ตากับยาย ว่าหม่อมแม่ของเธอแอบหนีไปแต่งงานใหม่กับเถ้าแก่ บุญทัน คนรักเก่าตั้งแต่ก่อนจะถวายตัว และอพยพไปอยู่ที่เมืองนครสวรรค์แล้ว ส่วนอุรวศีก็จะให้อยู่กับเสด็จป้าฯ เป็นการชั่วคราวเพื่อให้พ้นเงื้อมมือของหม่อมต่วน จนกว่า หม่อมเจ้าวิสสุกรรม พระเชษฐาของอุรวศีจะเสด็จกลับจากต่างประเทศมาอยู่ด้วยกัน หม่อมต่วนเรียกให้อุรวศีไปพบที่ตำหนักใหญ่และดูถูกเหยียดหยามหม่อมสลวยที่ใฝ่ต่ำ เป็นถึงหม่อม แต่กลับลงไปเกลือกกลั้วกับสามัญชน อุรวศีเสียใจมาก อนลมาพบอุรวศีกำลังร้องไห้ จึงพูดให้กำลังใจอุรวศี ทำให้อุรวศี
รู้สึกดีขึ้นมาก อุรวศีได้ยินว่าอนลกำลังจะไปราชการที่หัวเมือง จึงแอบฝากจดหมายไปถึงหม่อมสลวย ก่อนจะกลับไปอาศัยกับเสด็จป้าระหว่างรอจดหมายตอบกลับมา
 
หม่อมต่วนเอาเรื่องที่หม่อมสลวยแต่งงานใหม่ไปฟ้องเสด็จป้า แต่เสด็จป้าไม่สนพระทัย ทำให้หม่อมต่วนโกรธแค้นมาก คิดจะพาหม่อมเจ้าหญิงทั้งสามกลับวัง แต่ท่านหญิงติโลตตมาเตือนว่าถ้าไม่มีใครอยู่คอยขวาง อุรวศีจะประจบเอาสมบัติของเสด็จป้าไปหมด หม่อมต่วนจึงอนุญาตให้ท่านหญิงติโลตตมากับท่านหญิงอทริกาอยู่ต่อไปได้ แต่ท่านหญิงอรุณวาสีต้องกลับวังเพราะเข้าข้างอุรวศีมากเกินไป หม่อมต่วนกำชับท่านหญิงทั้งสองให้หาทางกลั่นแกล้งอุรวศีจนอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้ ท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกาจึงสั่งห้ามนางข้าหลวงในตำหนักพูดจากับอุรวศี ทำให้ทุกคนคอยหลบหน้าหลบตาอุรวศี อุรวศีรู้เข้า ก็ตัดปัญหาด้วยการเข้าเฝ้าคอยถวายงานเสด็จป้าบ่อยๆ จะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร 
 
ด้านอนล เมื่อไปถึงเมืองนคสวรรค์ ก็ได้พบกับ ดวงแข บุตรีของ พระยาไกรเพชรรัตน์ และ คุณหญิงไกรเพชรรัตน์ ซึ่งมีท่าทางสนใจเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่อนลไม่ได้สนใจดวงแขเลย เพราะชายหนุ่มมีใจให้อุรวศี แม้จะรู้ดีว่าไม่มีหวัง เพราะอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง อนลสืบหาตัวบุญทันจากทนายหน้าหอของพระยาไกรเพชรรัตน์ และนำจดหมายจากอุรวศีไปมอบให้หม่อมสลวยด้วยตัวเองได้สำเร็จ 
 
ขณะที่อุรวศีก็ถูกท่านหญิงทั้งสองแอบเข้ามาค้นห้อง และพบจดหมายที่อนลเขียนเพลงยาวส่งมาให้ อุรวศีไปทวงจดหมายคืน ท่านหญิงทั้งสองกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่กลับเอามาคืนให้ต่อหน้าเสด็จป้า เพราะหวังจะให้เสด็จป้ากริ้วอุรวศี ทว่าเคราะห์ดีที่อุรวศีไปปรึกษา สร้อย ข้าหลวงคนสนิทของเสด็จป้าก่อน เสด็จป้าทรงรู้ทัน จึงไม่ทรงเอาพระทัยใส่ข้อหาที่ท่านหญิงทั้งสองใส่ร้าย ทำให้ท่านหญิงติโลตตมาไม่พอพระทัยมาก คิดว่าเสด็จป้าเข้าข้างอุรวศีมากกว่า ขณะที่เสด็จป้าก็ทรงเป็นห่วงอนาคตข้างหน้าของอุรวศี จึงทรงฝากฝังให้สร้อยคอยดูแลอุรวศีหลังจากที่พระองค์มีอันเป็นไป และให้สร้อยมองหาคู่ครองที่เหมาะสมกับชาติกำเนิดของอุรวศีให้ด้วย
 
 
ในงานฉลองเสกสมรสระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงเมรา พระธิดาของหม่อมเรี่ยม กับ หม่อมเจ้าอธิป พระโอรสของเสด็จในกรมฯ อีกวังหนึ่ง อุรวศีและเพื่อนๆ นางข้าหลวงต่างก็ไปร่วมงานนี้กัน โดยมีสร้อยไปคอยควบคุมดูแล อีกทั้งคอยสอดส่องหาชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เหมาะสมคู่ควรกับอุรวศี ในที่สุดสร้อยก็ตัดสินใจว่า หม่อมเจ้าสุรคม พระอนุชาต่างมารดาของหม่อมเจ้าอธิป เป็นผู้ที่เหมาะสมกับอุรวศีที่สุด หม่อมเจ้าสุรคมเองก็ดูเหมือนจะพอพระทัยในตัวอุรวศีเช่นกัน ในงานเดียวกัน อนลถือจดหมายของหม่อมสลวยมาหาโอกาสมอบให้กับอุรวศี อุรวศีขอร้องอนลไม่ให้มาพบเธออีก เพราะเรื่องที่เกิดคราวก่อน เสด็จป้าเว้นโทษให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อนลผิดหวังที่ความรักระหว่างเธอกับเขา ช่างมีอุปสรรคมากเหลือเกิน  
ที่บ้านของ พระยารัชปาลี บิดาของอนล มีผู้อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน คือ เกื้อ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของอนล เกื้อขาพิการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาอับอายที่ไม่เหมือนคนอื่น จึงมุมานะเรียนหนังสือจนเก่ง เกื้อเป็นคนหัวก้าวหน้า สนใจระบอบการปกครองที่เอาอย่างมาจากฝรั่ง และมองว่าระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้ยาก ระหว่างที่อนลไปเยี่ยมเกื้อที่บ้าน ก็แอบได้ยินเกื้อ กับ อนึก พี่ชายของอนลที่เป็นทหาร กำลังสมคบคิดกันวางแผนบางอย่างซึ่งอนลยังจับใจความไม่ได้ชัดเจน จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ ขณะเดียวกัน ดวงแขกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์มาพักที่บ้านของพระยารัชปาลีโดยอ้างว่าเพื่อรักษาตัว คุณหญิงรัชปาลีเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะต้องการจับคู่ดวงแขกับอนล ดวงแขพยายามเอาตัวมาใกล้ชิดอนล แต่อนลก็ไม่ได้มีท่าทีชอบพอตอบกลับ  
 
หม่อมเอื้อน หม่อมแม่ของท่านชายสุรคม คิดจะทาบทามอุรวศีให้กับท่านชายสุรคม เมื่อหม่อมต่วนรู้เข้าก็เกิดความริษยา ไม่อยากให้อุรวศีได้ดีไปกว่าลูกๆ ของตน จึงเล่าเรื่องที่หม่อมสลวยหนีไปแต่งงานใหม่ให้หม่อมเอื้อนฟัง และเสนอว่าหากท่านชายสุรคมเสกสมรสกับท่านหญิงอรุณวาสี จะแถมทรัพย์สินเงินทองให้ท่านชายสุรคมไปด้วย หม่อมเอื้อนลังเลเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติที่จะได้จากหม่อมต่วน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูเสด็จป้า ก็ทรงกริ้วมาก เพราะทรงหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ท่านชายสุรคมเสกสมรสกับอุรวศี 
 
ด้านคุณหญิงรัชปาลีเห็นว่าอนลไม่กระตือรือร้นเรื่องดวงแข จึงแอบไปตกลงกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์และรวบรัดหมั้นหมายอนลไว้กับดวงแขโดยที่อนลปฏิเสธไม่ได้ ขณะเดียวกัน อนลก็สังเกตเห็นความผิดปกติของอนึกกับเกื้อที่มักจะออกไปด้วยกันตอนกลางคืนบ่อยๆ ชายหนุ่มพยายามเลียบๆ เคียงๆ ถามเกื้อ ทว่าเกื้อก็ได้แต่อารมณ์เสียหงุดหงิดใส่ ทำให้อนลคิดจะหาคำตอบให้ได้ว่าอนึกกับเกื้อกำลังทำอะไรกันอยู่ 
 
เสด็จป้าประชวรหนักและทรงรู้พระองค์ดีว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน เสด็จป้ารับสั่งกับคุณสร้อยให้ตามท่านหญิงทั้งหมดเข้าเฝ้า หม่อมต่วนจึงรีบนำท่านหญิงทั้งสามมาเข้าเฝ้าเพราะไม่อยากให้อุรวศีได้สมบัติจากเสด็จป้าไปคนเดียว เสด็จป้าจึงทรงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้แก่หลานๆ ทุกคน อุรวศีได้ส่วนแบ่งจากเสด็จป้ามากที่สุด ทำให้หม่อมต่วนไม่พอใจเป็นอย่างมาก หม่อมต่วนวางอุบายจะฮุบสร้อยพระศอที่เสด็จป้าประทานให้อุรวศี แต่อุรวศีรู้ทัน เอาสร้อยพระศอคืนมาได้อย่างชาญฉลาด
 
ด้านเกื้อก็ทนเก็บความลับคับอกไว้ไม่ไหว จึงมาสารภาพกับอนลว่าเขากับอนึกและนายทหารอีกหลายคน กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง อนลตกใจมาก เพราะนั่นเท่ากับว่าเกื้อกับอนึกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อนลรีบไปเตือนเกื้อให้ถอนตัวออกมาจากขบวนการ เกื้อขอร้องให้อนลไปตามตัวอนึกกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้น ข่าวเรื่องขบวนการดังกล่าวได้เล็ดรอดออกไป และมีนายทหารบุกมาจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว อนลโชคร้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงพลอยติดร่างแหไปด้วย ขณะที่อนึกหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด 
 
ระหว่างการสอบปากคำ อนลไม่ยอมพูดอะไรเลยเพราะไม่อยากให้เกื้อกับอนึกได้รับโทษ แต่นั่นกลับทำให้พระยารัชปาลีโกรธจัด เพราะคิดว่าอนลมีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ พระยารัชปาลีจึงประกาศตัดพ่อตัดลูกกับอนล เกื้อร้อนใจมากที่อนลถูกจับตัว จึงไปปรึกษากับอนึก อนึกได้แต่บ่ายเบี่ยงเพราะกลัวความผิด และคิดจะหาทางหลบหนีออกจากพระนครสักพัก 
 
ดวงแขมาโวยวายกับพระยารัชปาลีและคุณหญิงรัชปาลีเรื่องที่อนลถูกจับกุมตัวไป ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่วันจะถึงงานหมั้น อนึกสบโอกาส จึงขันอาสาเป็นเจ้าบ่าวให้ดวงแขเสียเอง จะได้มีข้ออ้างที่จะหลบหนีไปที่หัวเมืองสักพัก ดวงแขยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเพราะไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นหม้ายขันหมาก เกื้อเริ่มรู้สึกไม่ยุติธรรมที่อนลจะต้องรับผิดแทนเขากับอนึก จนกระทั่งถึงวันงานแต่งงานของอนึกกับดวงแข เกื้อจึงบุกเข้าไปประกาศความจริงกลางงานว่าเขากับอนึกเป็นผู้ร่วมขบวนการ ไม่ใช่อนล อนึกโกรธจัด ลงมือทำร้ายร่างกายเกื้อ พระยารัชปาลีจึงมั่นใจว่าอนึกทำผิดจริง อนึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป จึงเขียนจดหมายสารภาพความจริงและยิงตัวตายเพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้น อนลได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นกับแผนการ แต่อนลก็สลดใจมากที่อนึกต้องมาเสียชีวิต และเกื้อก็ต้องถูกลงโทษด้วยการคุมขัง
 
หลังการสิ้นพระชนม์ของเสด็จป้า ตำหนักของเสด็จป้าก็ถูกปิดลง นางข้าหลวงในตำหนักต่างก็แยกย้ายกันไปตามทาง อุรวศีจึงต้องกลับมาอยู่ที่เรือนปั้นหยาที่เสด็จพ่อประทานให้ระหว่างรอให้ท่านชายวิสสุกรรมเสด็จกลับจากต่างประเทศ โดยมีสร้อยตามมาดูแลตามที่ได้รับปากกับเสด็จป้าไว้ ด้านอนลก็ผ่านมาที่เรือนของอุรวศีด้วยความบังเอิญและได้พบกับอุรวศีอีก ทั้งคู่ต่างแบ่งปันความทุกข์ที่มีให้กัน ทำให้ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น 
เจ้าพี่หญิงทั้งสามเสด็จมาที่เรือนของอุรวศีเพื่อต่อว่าเรื่องที่ท่านชายสุรคมจะถอนหมั้นกับท่านหญิงอรุณวาสี เพื่อไปเสกสมรสกับอุรวศี อุรวศีจึงต้องไปพูดกับท่านชายสุรคมด้วยตัวเอง แต่ท่านชายสุรคมไม่ทรงฟัง และทรงยืนยันว่าจะรอจนกว่าอุรวศีจะเปลี่ยนพระทัย ขณะเดียวกัน อุรวศีก็ได้รับจดหมายจากท่านชายวิสสุกรรมว่ากำลังจะกลับมาถึงประเทศไทย ทว่าเมื่อถึงวันกลับ กลับมีแต่ หม่อมเจ้าอรชุน พระโอรสองค์โตของหม่อมต่วน เสด็จกลับมาเพียงผู้เดียว เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า ท่านชายวิสสุกรรม สิ้นชีพิตักชัย
 
ด้วยโรคท้องร่วงระหว่างทาง อุรวศีสะเทือนพระทัยมากเพราะเท่ากับไม่เหลือใครเป็นที่พึ่งแล้ว ถึงอย่างนั้นหม่อมต่วนก็ยังกลั่นแกล้งอุรวศีไม่ยอมเลิกราด้วยการไม่ยอมมอบพระอัฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้อุรวศีไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี อนลช่วยอุรวศีด้วยการปล่อยข่าวลือว่ามีคนพบยมบาลมารับคนตายที่ยังไม่ได้ทำบุญตามประเพณี หม่อมต่วนหวาดกลัวมาก จึงรีบคืนพระอัฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้กับอุรวศีทันที
นางแสง ยายของอุรวศี ล้มป่วยหนัก อุรวศีอาสามานอนเฝ้านางแสงโดยไม่บอกให้ใครรู้ นางแสงก็เสียชีวิตหลังจากที่เรือนปั้นหยาถูกไฟไหม้และรู้ว่าท่านชายวิสสุกรรมสิ้นชีพิตักชัย ที่เรือนของอุรวศีก็เกิดเพลิงไหม้ สาเหตุของไฟเกิดจากการเผากิ่งไม้ใบไม้ที่หม่อมต่วนเป็นคนสั่งให้เผา เมื่อไฟยังไม่ดับดี ก็เกิดลุกลามไปติดกับตัวเรือน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคน คือ คุณสร้อย ผิน (แม่ของจัน) และบ่าวของคุณสร้อย แต่คนภายนอกเข้าใจว่าหม่อมสลวยกับอุรวศีอยู่ในบ้านหลังนั้นและเสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนจึงปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนั้น เพราะหวาดกลัวว่าหากหม่อมต่วนรู้ว่าหม่อมสลวยและอุรวศียังไม่ตาย ก็จะหาโอกาสทำร้ายกันอีกไม่มีที่สิ้นสุด จางวางสมเสนอให้หม่อมสลวยกับอุรวศีหนีไปอยู่ที่นครสวรรค์กับบุญทัน จะได้พ้นเงื้อมมือของหม่อมต่วน ขณะที่หม่อมต่วนก็ล้มเจ็บหนักเนื่องจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินจิตใจ 
 
ที่บ้านของอนล คุณหญิงรัชปาลีที่ป่วยกระเสาะกระแสะหลังจากที่อนึกฆ่าตัวตาย ไม่นานคุณหญิงรัชปาลีก็เสียชีวิตลงเช่นกัน อนลได้ข่าวจากเกื้อว่าอุรวศีสิ้นพระชนม์ในกองไฟพร้อมหม่อมสลวย ก็ยิ่งสะเทือนใจมาก ดวงแขกับบิดามารดามาร่วมงานศพของคุณหญิงรัชปาลีเพราะหวังจะกลับมาสานสัมพันธ์กับอนลอีกครั้ง อนลตัดสินใจออกจากพระนคร ไปรับตำแหน่งอักษรเลขที่เมืองนครสวรรค์ตามคำชักชวนของพระยาไกรเพชรรัตน์ ดวงแขพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับอนลมากขึ้น เพราะคิดว่าอนลอาจจะมีเยื่อใยอยู่บ้างจากตอนที่เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่อนลก็ไม่เคยเปิดใจให้ดวงแขเลยสักครั้ง 
 
ด้านอุรวศีหลบหนีหม่อมต่วนไปอาศัยอยู่ในเรือนแพที่เมืองนครสวรรค์ และเปลี่ยนชื่อเป็นอุษา โดยมีจัน กับ ผ่อง พี่สาวของสลวยติดตามไปด้วย ผ่องมีฝีมือด้านการทำอาหาร จึงทำขนมจีนน้ำยาขายที่หน้าแพ ทำให้อุรวศีต้องออกมาช่วยงานบ่อยๆ ถึก กับ คล้อง บ่าวชายของอนลแวะมาซื้อขนมจีนน้ำยาไปให้จึงจึงหว่านล้อมให้อนลกินขนมจีน ระหว่างที่อุรวศีกับจันพากันไปเก็บผักเพื่อจะมาขาย ก็เกิดอุบัติเหตุเรือชนเข้ากับเรือของอนลเข้า อนลเห็นหน้าอุรวศีก็จำได้ทันที อุรวศีกับจันรีบกลับเรือนแพเพราะกลัวความแตก ผ่อง หม่อมสลวยและบุญทันช่วยกันโกหกเอาตัวรอด แต่อนลก็ไม่เชื่อ จึงสั่งให้ถึกกับคล้องคอยจับตาดูเวลาที่ผ่องกับจันออกจากบ้านไป เมื่อสบโอกาส ก็เข้าไปในเรือนแพเพื่อจับผิดให้อุรวศีปฏิเสธไม่ได้ อนลยินดีมากที่รู้ว่าอุรวศียังไม่ตาย และตั้งปณิธานว่าขอติดตามอุรวศีไปตลอดชีวิต
 
ดวงแขวางแผนรวบรัดอนลให้แต่งงานด้วยด้วยการเข้าไปในเรือนที่อนลพักอยู่ยามวิกาล อนลเห็นท่าไม่ดี จึงหลบไปอีกห้องก่อน เมื่อคุณหญิงไกรเพชรรัตน์เข้ามาตามที่ตกลงกันไว้กับดวงแข จึงเอาผิดอนล
 
ไม่ได้ แต่คุณหญิงก็ยังยืนยันให้อนลรับผิดชอบ อนลจึงขอลาออกจากตำแหน่งอักษรเลข เมื่อพระยาไกรเพชรรัตน์รู้เข้าก็ไม่พอใจคุณหญิงกับดวงแขมากที่สิ้นคิด ใช้วิธีต่ำช้าเพื่อมัดมือชกอนลให้เป็นลูกเขย พระยาไกรเพชรรัตน์ไปขอร้องอนลไม่ให้ลาออก แต่จะฝากฝังให้ไปทำงานกับเจ้าเมืองอุทัยธานีแทน 
 
จางวางสมส่งข่าวว่าหม่อมต่วนตายแล้ว ที่ตำหนักใหญ่ก็กำลังวุ่นวายเรื่องแบ่งสมบัติกัน อนลถามอุรวศีว่าอุรวศีคิดจะกลับพระนครหรือไม่ อุรวศีไม่เห็นประโยชน์ที่จะกลับไป ในเมื่อตอนนี้ก็มีความสุขดี อนลบอกข่าวเรื่องที่เขากำลังจะย้ายไปเป็นอักษรเลขที่เมืองอุทัยธานี จึงจะขอแต่งงานกับอุรวศีก่อน หม่อมสลวยยกให้เป็นการตัดสินใจของอุรวศี อุรวศีตอบตกลง ทั้งคู่จึงพากันย้ายไปอยู่ที่อุทัยธานี ช่วยกันทำมาหากิน ครองรักกันอย่างมีความสุขโดยไม่มีช่องว่างระหว่างชนชั้นมาเป็นอุปสรรคอีกต่อไป 
 
จบบริบูรณ์
 
คาแรคเตอร์ตัวละครเรื่อง “เพชรกลางไฟ”
 
1. หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี (หญิงหลง) / อุษา  รับบทโดย นิษฐา จิรยั่งยืน 
พระธิดาของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมสลวย หม่อมคนที่สาม หม่อมเจ้าหญิงอุรวศีแม้จะยังเยาว์พระชันษา แต่ก็เป็นคนมีความคิดฉลาดหลักแหลม เพราะต้องแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองประจำ เนื่องจากหม่อมสลวยทำตัวเป็นที่พึ่งไม่ค่อยจะได้นัก อุรวศีเป็นลูกที่เสด็จในกรมฯ รักมาก เมื่อเสด็จฯ สิ้นพระชนม์แล้ว อุรวศีจึงต้องคอยระวังตัว เพราะหม่อมต่วนและลูกๆ มักจะคอยหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีด้วยความริษยาเสมอ แต่ก็ยังโชคดีที่ได้เสด็จป้าคอยช่วยเหลือ ทว่าเมื่อสิ้นเสด็จป้าแล้ว หม่อมต่วนก็วางแผนกลั่นแกล้งจนอุรวศีเกือบถึงแก่ชีวิต อุรวศีจึงต้องแสร้งทำเป็นว่าตายไปแล้ว และหลบหนีจากพระนครไปอยู่ที่หัวเมืองเพื่อหนีจากอิทธิพลของหม่อมต่วน
 
2. อนล  รับบทโดย  วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ
บุตรชายคนที่สองของพระยารัชปาลีกับคุณหญิงรัชปาลี ทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย มีความสามารถด้านการแต่งบทกวีและการเล่นจะเข้ อุปนิสัยภายนอกดูอ่อนแอ ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวกับใคร แต่ภายในนั้นเป็นคนที่เด็ดเดี่ยว มีความคิดลึกซึ้ง สุขุมรอบคอบ อนลเป็นคนที่รักครอบครัวมากถึงกับยอมรับความผิดที่ตัวไม่ได้ก่อ เพราะไม่ต้องการให้ทุกคนเดือดร้อน เป็นคนรักเดียวใจเดียว แม้ดอกฟ้าที่หมายปองจะไกลเกินเอื้อม แต่ก็ไม่คิดจะถอดใจ จนกระทั่งดอกฟ้าโน้มลงมาสู่ดินในที่สุด
 
3. หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี (หญิงเล็ก) รับบทโดย  บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข
พระธิดาองค์สุดท้องของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมต่วน เป็นคนเดียวที่ทำดีกับอุรวศี แต่อรุณวาสีก็ไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะแข็งข้อกับหม่อมต่วน อรุณวาสีถูกจับให้แต่งงานกับหม่อมเจ้าสุรคม เพราะหม่อมต่วนต้องการกีดกันไม่ให้หม่อมเจ้าสุรคมแต่งงานกับอุรวศีที่เธอมองว่าเป็นลูกศัตรู อรุณวาสีเองก็ยินดีเพราะมีใจชอบหม่อมเจ้าสุรคมอยู่แล้ว 
 
 
4. หม่อมเจ้าสุรคม รับบทโดย  วิทวัส สิงห์ลำพอง 
พระโอรสของเสด็จในกรมฯ อีกองค์หนึ่งกับหม่อมเอื้อน เป็นน้องชายร่วมพระบิดากับหม่อมเจ้าอธิป มีทรัพย์สมบัติไม่มากนักเพราะแทบไม่ได้รับส่วนแบ่งจากพี่ชายเลย หม่อมเจ้าสุรคมหวังจะได้อุรวศีไปเป็นชายา แต่อุรวศีไม่ได้รักใคร่ชอบพอด้วย จึงไม่ตกลง หม่อมเจ้าสุรคมถูกหม่อมต่วนใช่เล่ห์กลบังคับให้หมั้นกับอรุณวาสีโดยไม่เต็มใจ แต่ผลสุดท้ายก็ต้องแต่งงานกับหญิงเล็ก หลังรู้ข่าวการสิ้นพระชนม์ของอุรวศีในกองเพลิง
 
5. ดวงแข รับบทโดย  ยงวรี(ฟ้า)  งามเกษม 
บุตรสาวของพระยาไกรเพชรรัตน์กับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์ เจ้าเมืองนคร-สวรรค์ ดวงแขมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรต้องได้ พอได้พบกับอนล ก็อยากจะแต่งงานด้วย จึงเข้าทางพ่อแม่อนลจนได้วางตัวให้หมั้นหมายกับอนล ทว่าเมื่ออนลถูกจับตัวไปด้วยข้อหากบฏ ดวงแขก็รีบเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นอนึก พี่ชายของอนลได้อย่างหน้าตาเฉย หลังจากเป็นหม้ายน้ำสังข์จากอนึก ดวงแขก็คิดจะกลับมาหาอนลอีก ผลสุดท้ายเธอก็ไม่เหลือใครเลย
 
6. หม่อมเจ้าหญิงเมรา (หญิงเม) รับบทโดย  มรกต หทัยวสีวงศ์
พระธิดาของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมเรี่ยม หม่อมคนที่สอง หญิงเมเป็นหญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและอากัปกิริยา หญิงเมตัดสินพระทัยเสกสมรสกับหม่อมเจ้าอธิปโดยตัดสินจากความเหมาะสมมากกว่าความรัก ทำให้แม้จะมีเงินทองมากมายอย่างที่หวัง แต่ชีวิตคู่ไม่มีความสุขจนต้องหย่าขาดจากกัน
 
7. หม่อมเจ้าอธิป รับบทโดย  ชินมิษ บุนนาค 
พระทายาทของเสด็จในกรมฯ อีกองค์หนึ่ง มีนิสัยเห็นแก่ตัว ทรัพย์สมบัติที่ได้มาหลังจากเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์ ก็ไม่แบ่งปันให้กับน้องๆ ร่วมพระบิดา เป็นคนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า แม้จะมีหม่อมเจ้าหญิงเมราเป็นคู่ครองแล้ว ก็ยังมีมีหม่อมเล็กๆ อีก ทำให้หญิงเมเจ็บช้ำน้ำใจจนต้องหย่าขาดจากกัน
 
 
 
8. หม่อมสลวย รับบทโดย  กชกร นิมากรณ์ 
มารดาของหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่เป็นนักดนตรีในวัง เคยมีคนรักมาก่อนที่จะมาถวายตัวเป็นหม่อมของเสด็จในกรมฯ เมื่อเสด็จฯ สิ้นพระชนม์แล้ว จึงออกจากวังไปแต่งงานกับคนรักเก่า หม่อมสลวยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหม่อมต่วน เพราะหม่อมต่วนริษยาที่เสด็จฯ รักหม่อมสลวยมาก 
 
9. หม่อมต่วน รับบทโดย  ชุติมา นัยนา 
หม่อมคนแรกของเสด็จในกรมฯ เป็นหญิงที่มีอิทธิพลมาก เนื่องจากเป็นบุตรสาวของพระยาคนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญ หม่อมต่วนเป็นคนใจแข็ง อาฆาตมาดร้าย ไม่มีความเมตตา ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต แม้จะมีพระโอรสธิดาหลายองค์ แต่หม่อมต่วนก็ไม่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่เลย ทำให้ไม่สนิทสนมกับลูกๆ ทั้งหมดนัก 
 
10. หม่อมเรี่ยม รับบทโดย สกาวใจ พูนสวัสดิ์ 
หม่อมคนที่สองของเสด็จในกรมฯ เป็นแม่ของหม่อมเจ้าหญิงเมรา เป็นผู้หญิงเงียบๆ เรียบๆ ไม่มีปัญหากับใคร ทำให้ไม่ตกเป็นเป้าความอิจฉาริษยาของหม่อมต่วนมากเท่าหม่อมสลวย
 
11. หม่อมเจ้าหญิงอลัมพุษา (หญิงใหญ่) รับบทโดย ภิชาภัทร มหาทิตยากุล
พระธิดาองค์โตของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมต่วน เสกสมรสไปก่อนแล้ว 
 
12. หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา (หญิงกลาง) รับบทโดย พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์
พระธิดาองค์ที่สองของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมต่วน ยังไม่ได้เสกสมรส อุปนิสัยถอดแบบมาจากหม่อมต่วน คอยจ้องหาเรื่องกลั่นแกล้งอุรวศีตลอดเวลาที่อยู่ในตำหนักของเสด็จพระองค์หญิง
 
13. หม่อมเจ้าหญิงอทริกา (หญิงนิด) รับบทโดย ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ
พระธิดาองค์ที่สามของเสด็จในกรมฯ กับหม่อมต่วน ยังไม่ได้เสกสมรส มีนิสัยเป็นคนไม่หนักแน่น โลเล อยู่ใกล้ใครก็เอนเอียงไปหาคนนั้น เป็นลูกไล่ของหม่อมเจ้าหญิงติโลตตมาเวลาหาเรื่องอุรวศี ภายหลังไปติดแม่พุ่ม นักแสดงละครผู้หญิงที่มีบุคลิกคล้ายชาย 
14. เสด็จพระองค์หญิง(เสด็จป้า) รับบทโดย ดวงใจ หทัยกาญจน์ 
พี่สาวของเสด็จในกรมฯ พระบิดาของอุรวศี อาศัยอยู่ที่ตำหนักในพระบรมมหาราชวัง อุปนิสัยภายนอกเป็นคนดุ ดูเหมือนจะโมโหง่ายจนใครๆ เข้าหน้าไม่ติด แต่ภายในเป็นคนยุติธรรม อุรวศีจับทางเสด็จป้าถูก จึงกลายเป็นคนโปรดของเสด็จป้า และได้พึ่งพระบารมีของเสด็จป้าตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในตำหนักจนกระทั่งเสด็จป้าสิ้นพระชนม์
 
15. อนึก รับบทโดย โกสินทร์ ราชกรม
พี่ชายของอนล เป็นนายทหารหัวก้าวหน้า เข้าร่วมกับคนอื่นๆ ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่แผนการรั่วไหลเสียก่อน อนึกหลบหนีไปได้ ทำให้อนลถูกจับแทน แต่อนึกก็ไม่สำนึก กลับหาทางเอาตัวรอดด้วยการยอมแต่งงานกับดวงแขเพื่อจะได้หลบหน้าออกไปจากพระนคร ในที่สุดก็ถูกเกื้อเปิดโปงเสียก่อน อนึกจึงฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อไว้
 
16. สร้อย รับบทโดย นฤมล นิลวรรณ 
นางข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิง นิสัยซื่อสัตย์ พูดน้อย แต่รู้งานเป็นอย่างดี สร้อยยึดมั่นคำสัญญากับเสด็จพระองค์หญิงที่ให้คอยดูแลอุรวศีแทนหม่อมสลวยตราบจนวาระสุดท้าย
 
17. จัน รับบทโดย วิรากานต์ เสณีตันติกุล 
คนสนิทที่คอยติดตามอุรวศีตลอดเวลา นิสัยซื่อสัตย์ ตลก งก แต่ก็ไม่ได้เห็นแก่เงินมากเกินกว่าจะทรยศอุรวศี
 
18. ผิน รับบทโดย พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา 
แม่ของจัน คนสนิทของหม่อมสลวย นิสัยซื่อๆ ใครสั่งอะไรก็ทำตาม 
 
19. บุญทัน รับบทโดย จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ 
สามีใหม่ของหม่อมสลวย เป็นพ่อค้าขายซุง อาศัยอยู่ในเรือนแพที่จังหวัดนครสวรรค์ บุญทันเคยรักใคร่ชอบพอกับหม่อมสลวยตั้งแต่ก่อนจะถวายตัว แต่ก็เลิกรากันไป พอเสด็จฯ สิ้นพระชนม์ บุญทันกับหม่อมสลวยก็ได้กลับมาพบกันใหม่และตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน บุญทันรู้ตัวดีว่าควรให้เกียรติอุรวศีอย่างไร ไม่คิดจะยกตัวขึ้นตีเสมอเจ้านาย 
 
20. เกื้อ รับบทโดย วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ 
อาของอนล ขาพิการเพราะสมัยเด็กๆ จึงเกิดเป็นปมด้อย ทำให้มุมานะตั้งใจเรียนให้เก่งกว่าคนอื่น เกื้อมีความคิดหัวก้าวหน้า ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้ทัดเทียมอารยประเทศ จึงเข้าร่วมกับกลุ่มนายทหารที่มีความคิดแบบเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีอนึกอยู่ด้วย แต่เกื้อจิตใจไม่เข้มแข็งพอ จึงขอถอนตัว แต่ไม่ทัน และยังสร้างความเสียหายให้กับครอบครัวของอนลอย่างร้ายแรงอีกด้วย
 
21. พระยารัชปาลี รับบทโดย ดิลก ทองวัฒนา 
พ่อของอนล ทำงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงาน รักอนึกที่เป็นลูกชายคนโตมาก แต่อนึกกลับทำให้ผิดหวังด้วยการไปเข้าร่วมกับฝ่ายกบฏ 
 
22. คุณหญิงรัชปาลี (นวม) รับบทโดย พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ 
แม่ของอนล บุคคลิกแบบหญิงไทยสมัยก่อนที่เป็นช้างเท้าหลัง มีอนลเป็นลูกคนโปรด
 
23. พระยาไกรเพชรรัตน์ รับบทโดย สันติสุข พรหมศิริ 
พ่อดวงแข เป็นเจ้าเมืองนครสวรรค์ นิสัยแบบผู้ชายที่ไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องหยุมหยิมในบ้าน มีอะไรก็ให้ภรรยาจัดการ โดยเฉพาะเรื่องลูก จนทำให้ดวงแขถูกคุณหญิงไกรเพชรรัตน์ตามใจจนเสียนิสัย
 
24. คุณหญิงไกรเพชรรัตน์ รับบทโดย อภิรดี ภวภูตานนท์ 
แม่ดวงแข มีนิสัยตามใจลูกทุกเรื่อง จนดวงแขเสียนิสัย
 
25. หม่อมเอื้อน รับบทโดย วาสนา พูนผล 
แม่ของหม่อมเจ้าสุรคม เป็นหม่อมเล็กๆ ของเสด็จในกรมฯ อีกพระองค์ นิสัยเห็นแก่ผลประโยชน์ ทั้งๆ ที่ท่านชายสุรคมต้องการให้ไปทาบทามอุรวศีให้ แต่พอหม่อมต่วนเอาผลประโยชน์มาล่อ หม่อมเอื้อนก็กลับใจไปทาบทามท่านหญิงอรุณวาสีให้ท่านชายแทน
 
26. หม่อมเจ้าอรชุน (ชายใหญ่) รับบทโดย อดิศร  อรรถกฤษณ์ 
พระโอรสองค์โตของเสด็จในกรมฯ ลูกของหม่อมต่วน นิสัยใจแข็ง ใจดำเหมือนหม่อมต่วน ไม่มีบทบาทในเรื่องมากนัก
 
27. หม่อมเจ้าวิสสุกรรม (ชายวิส) 
พระโอรสของเสด็จในกรมฯ พี่ชายร่วมหม่อมมารดาเดียวกับหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี 
 
28. เสด็จในกรม (เสด็จพ่อ) รับบทโดย ศุกล ศศิจุลกะ 
เสด็จพ่อของหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี รักหม่อมเจ้าหญิงอุรวศีมากที่สุดในบรรดาลูกๆ ทั้งหมด
 
29. จางวางสม รับบทโดย สุประวัติ ปัทมสูต
ตาของหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี มีตำแหน่งหน้าที่ในวงมโหรีหลวง และยังเปิดบ้านเป็นที่สอนและฝึกซ้อมดนตรีด้วย
 
30. แสง รับบทโดย โฉมฉาย ฉัตรวิไล 
ยายของหม่อมเจ้าหญิงอุรวศี 
 
31. ผ่อง รับบทโดย  ปวีณา ชารีฟสกุล 
พี่สาวแท้ๆ ของหม่อมสลวย นิสัยซื่อๆ แบบชาวบ้าน ติดตามอุรวศีไปที่นครสวรรค์หลังจากที่วังของอุรวศีถูกลอบวางเพลิง
 
32. ถึก รับบทโดย อติรุจ สุวรรณ 
คนรับใช้ของอนล
 
33. คล้อง รับบทโดย ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ 
คนรับใช้ของอนล
 
34. นังแปลก รับบทโดย รตวรรณ ออมไธสง 
บ่าวรับใช้เก่าแก่ของหม่อมต่วน  ตัวเตี้ยดำ มีปานดำกลางหน้า ดูน่ากลัวไม่เป็นมิตร เหมือนโคลนนิ่งหม่อมต่วน ปากจัด  หยิ่งยโส ยกตนข่มบ่าวทาสทุกคน แต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้ขลาด เจอคนจริงก็ไม่กล้า  
 
รายชื่อนักแสดง > คลิกที่รูป <
 
 
 




GAMES & PRIZES
กิจกรรมทั้งหมด